การดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเมืองควรเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไม่ใช่ชาวบ้าน

ร่วมต่อสู้กับชาวบ้านพิจิตรที่ได้รับผลกระทบจากเมืองทองอักขรา ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน ทั้ง ทางด้านสุขภาพกาย จิตใจ ไม่มีน้ำสะอาด มีสารปนเปื้อนมากมายเช่นไซยาไน แมงกานิส ศาลหนู ฯลฯ มีบางคนเสียชีวิตเพราะสารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายและมีเด็กอีกหลายคนที่ได้รับผลกระทบจากสารปนเปื้อนเหล่านี้

และวันนี้24มีค2569 ชาวบ้านชนะ

ชาวบ้านชนะ ศาลสั่ง ’เหมืองทองอัครา‘ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 382 ราย

ทองคำบนคอท่าน คือหยาดน้ำตาจองขาวบ้าน (พิจิตร)

มูลนิธิมานุษยะ นัดฟังคำพิพากษา

คดีชาวบ้านพิจิตรฟ้องเหมืองทองอัครา ที่ศาลแพ่งรัชดา กรุงเทพ ฯ

วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 9:00 น.

นับตั้งแต่ปี 2544 เหมืองทองที่ใหญ่ที่สุดในไทย ”เหมืองทองอัครา“ มาเปิดกิจการ ชีวิตของชาวพิจิตรต้องอยู่กับน้ำที่ปนเปื้อน ปัญหาสุขภาพ วิถีชีวิตและอาชีพทำนาและทำไร่ที่เปลี่ยนไป

กว่า 25 ปีที่การเยียวยาถูกเพิกเฉย ถึงเวลาแล้วที่ชาวบ้านต้องได้รับความเป็นธรรม!

ร่วมลงชื่อแถลงการณ์แสดงจุดยืนร่วมกับคนพิจิตรได้ที่ลิ้งค์ใต้คอมเมนท์

#JusticeForPhichit #คืนความเป็นธรรมให้พิจิตร #PeopleOverProfit

#JusticeForPhichit #RemedyNOW PeopleOverProfit AkaraListenToTheVillagers!

Siritonposh

3/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเรื่องผลกระทบจากเหมืองทองในพื้นที่พิจิตรเป็นตัวอย่างชัดเจนของปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการพัฒนาเมืองหรือโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ไม่คำนึงถึงสุขภาพและชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น จากประสบการณ์ของผู้คนในชุมชน พบว่าสารไซยาไน แมงกานิส และสารปนเปื้อนอื่นๆ ที่ปล่อยออกมาจากเหมืองทองเหล่านี้ ส่งผลเสียต่อระบบน้ำดื่มและแหล่งอาหาร รวมถึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและจิตใจของชาวบ้านโดยตรง ทำให้เกิดโรคเรื้อรังและปัญหาสุขภาพตามมา รวมไปถึงมีรายงานผู้เสียชีวิตจากสารพิษด้วย นอกจากนี้ วิถีชีวิตของชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่อาศัยการทำเกษตรกรรมได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะแหล่งน้ำและดินมีสารพิษเจือปน ส่งผลให้ผลผลิตลดลงและอาชีพไม่มั่นคง ถึงขั้นต้องเปลี่ยนอาชีพหรือย้ายถิ่นฐานทำให้ชุมชนอ่อนแอลง ในฐานะที่เคยติดตามและสัมผัสกับประเด็นการพัฒนาและสิ่งแวดล้อม พบว่าความรับผิดชอบในการปกป้องและเยียวยาชุมชนที่ได้รับผลกระทบควรเป็นหน้าที่ของภาครัฐและผู้ประกอบธุรกิจ ที่ต้องมีมาตรการตรวจสอบ ควบคุม และชดเชยความเสียหายอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ปล่อยให้ภาระนั้นตกอยู่กับชาวบ้านผู้เดือดร้อนเพียงฝ่ายเดียว ความสำเร็จของกลุ่มชาวบ้านในการฟ้องร้องและได้รับคำพิพากษาให้เหมืองทองอัคราเยียวยานับเป็นก้าวสำคัญของความยุติธรรมและจุดประกายการเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค การออกมาเรียกร้องและสนับสนุนแคมเปญต่างๆ เช่น #JusticeForPhichit หรือ #คืนความเป็นธรรมให้พิจิตร ช่วยเพิ่มแรงหนุนและสร้างความตระหนักรู้ในสังคมมากขึ้น รวมถึงกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง จากเรื่องราวนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาใดๆ หากไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่น ย่อมสร้างความเสียหายในระยะยาว เป็นบทเรียนสำคัญที่เราควรนำไปใช้วางแผนนโยบายและกฎหมายให้ชัดเจน เพื่อลดความขัดแย้งและปกป้องสิทธิของประชาชนในอนาคต