รีวิว⁉️ D health plus จากตัวแทนสู่คนไข้ใช้จริง

รีวิว‼️ประกันสุขภาพ D Health Plus เหมาจ่าย 5 ล้าน จากตัวแทนสู่คนไข้ (กำลังจะปิดแผนสิ้นเดือนนี้แล้ว)

📌วันที่ 14 กันยา 2568 เวลาประมาณ 14.00 น.

เราได้ไปทานข้าวกับคุณแม่และพี่สาวที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนึงที่แปดริ้ว ระหว่างทานอาหารเราก็ไม่ได้เอ๊ะใจมากที่ทานเข้าไปว่ามีส่วนประกอบของอาหารอะไร เพราะทางร้านจะมี QR มาให้ scan แล้วสั่งอาหารเราได้ตอบช่องแพ้อาหารไปว่า แพ้กุ้ง กับ ถั่วลิสง (ไม่ได้เป็น G6PD)

เราแพ้กุ้งค่อนข้างรุนแรง จนกระทั่งเราทานไปสักพักเริ่มมีอาการคัน เราก็คิดว่าคงไม่น่าจะเป็นอะไรมาก ทานโดนไข่กุ้งไปนิดหน่อย หลังจากนั้นก็ทานยา CPM 1 เม็ด แล้วก็ทานข้าว พอผ่านไปสักประมาณ 15 นาที

ทานอิ่มก็จ่ายเงินเรียบร้อยระหว่างทางกลับบ้าน

ระหว่างที่กำลังขับรถกลับบ้านเริ่มมีอาการหายใจไม่ออก ขับรถแล้วจู่ๆภาพตัด หัวใจเต้นเร็วมากๆ เหงื่อออกเต็มตัว พี่สาวบอกว่าน่าจะ Anaphylaxis (พี่สาวเราเป็นแพทย์) พี่สาวก็เลยพาเราไปส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดก็คือที่ โรงพยาบาลรวมแพทย์

เมื่อมาถึงที่ รพ. ก็เข้าห้องฉุกเฉินไปเลย เพราะว่าเราแทบจะหมดสติที่หน้าห้องฉุกเฉิน แพทย์ก็ฉีดยาเข้าทางเลือดให้เรา หลังจากฉีดยาเสร็จก็นอนรอดูอาการสักประมาณ 30 นาที แพทย์ก็เข้ามาบอกเราว่า แนะนำให้นอน รพ. เพื่อดูอาการเผื่ออาการไม่ดีขึ้น พี่สาวกับเราก็เลยตัดสินใจ Admit เพื่อดูอาการ 1 คืน

👉ห้องพักเป็นห้องพักเดี่ยวมาตรฐานราคาคืนละ 3,700 บาท

👉ค่ารักษาทั้งหมด 8,965 บาท ประกันคุ้มครองทั้งหมดไม่มีเสียเพิ่มสักบาท

#ประกันสุขภาพ #Dhealthplus #ประกันเหมาจ่าย#ปรึกษาฟรี #Mtlp72

ใครอยากได้ความคุ้มครองแบบนี้ทักได้นะคะ✋ แผนจะปิดแล้วจ้า

2025/9/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนที่เสิร์ช “D Health Plus ดีไหม” หรือ “ตารางเบี้ย D Health Plus” มักอยากรู้ 2 เรื่องพร้อมกันคือ 1) เบี้ยประมาณเท่าไหร่ คุ้มไหม และ 2) เวลาเกิดเหตุจริง เคลมยากไหม ต้องสำรองจ่ายหรือเปล่า เราเลยขอเสริมจากประสบการณ์เคสฉุกเฉินของตัวเองให้ละเอียดขึ้น เผื่อใช้เป็นเช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจทำประกันค่ะ 1) เคสแบบไหนที่ประกันสุขภาพมักคุ้มที่สุด กรณีฉุกเฉิน/แอดมิทสั้น ๆ อย่างแพ้อาหารรุนแรง (Anaphylaxis) พบได้บ่อยและค่าใช้จ่ายมาไวมาก ตั้งแต่ค่าห้องฉุกเฉิน ค่ายา ฉีดยาเข้าเส้น ให้น้ำเกลือ ไปจนถึงค่าห้องพักและค่าอาหาร ถ้ามีแผนเหมาจ่าย วงเงินก้อนใหญ่จะช่วย “ปิดจบ” บิลได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเวลาเลือกนอนห้องเดี่ยวมาตรฐานแบบเรา 2) เวลาเจอ “ใบรายละเอียดค่ารักษาพยาบาล” ต้องดูตรงไหน จากใบแจ้งค่ารักษาของโรงพยาบาล ปกติจะมีหัวข้อย่อยหลายบรรทัด แนะนำให้ดูหลัก ๆ 4 จุดนี้ - ค่าห้องพัก/ค่าอาหาร: ระบุจำนวนคืนและราคาต่อคืน (เช่น ห้องเดี่ยวมาตรฐาน) - ค่าบริการทางการแพทย์/ค่าหัตถการ: เช่น ค่าห้องฉุกเฉิน ค่าอุปกรณ์ - ค่ายาและเวชภัณฑ์: รายการยาที่ได้รับใน ER/ระหว่างนอน - ยอดรวม และยอดคงเหลือหลังส่วนลด: บางที่มีส่วนลด/ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ให้เช็กยอดสุทธิที่ส่งเคลม การอ่านใบนี้เป็นประโยชน์มาก เพราะช่วยให้คุยกับ รพ. หรือบริษัทประกันได้ตรงประเด็น และเก็บเป็นหลักฐานเวลาเคลม 3) เอกสารที่ควรเตรียม (กันพลาด) - ใบรับรองแพทย์/สรุปการรักษา (ถ้ามี) - ใบรายละเอียดค่ารักษาพยาบาล (itemized bill) - ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับ (ในบางเคสคนจะหา “ใบเสร็จค่าผ่าตัด” ซึ่งก็คือส่วนหนึ่งของบิลรายการ ถ้ามีผ่าตัดจริง) - สำเนาบัตรประชาชน/หน้าสมุดบัญชี (กรณีเบิกแบบโอน) 4) เรื่อง “ตารางเบี้ย” ที่คนถามกันบ่อย เบี้ยของแผนกลุ่มนี้จะขึ้นกับอายุ เพศ ประวัติสุขภาพ และความคุ้มครองย่อยที่เลือก (เช่น ห้อง/ค่ารักษา/เงื่อนไขร่วมจ่ายในบางช่วงวัย) วิธีเช็กให้ไวคือขอ “ตารางเบี้ยตามช่วงอายุ” แล้วเทียบกับไลฟ์สไตล์ตัวเองว่าเจ็บป่วย/ภูมิแพ้/เข้าโรงพยาบาลบ่อยแค่ไหน ถ้าเป็นคนมีความเสี่ยงฉุกเฉิน เช่น แพ้อาหารรุนแรง ควรให้ความสำคัญกับความคุ้มครองผู้ป่วยในและการเคลมฉุกเฉินเป็นหลัก 5) กรณีคนเสิร์ช “Enantone 11.25 mg ราคา” ยานี้มักเกี่ยวกับการรักษาเฉพาะทาง (เช่น ฮอร์โมน/นรีเวช/ต่อมไร้ท่อ) ซึ่งราคาจริงแกว่งตามโรงพยาบาลและค่าบริการร่วมอื่น ๆ ถ้าต้องใช้ยากลุ่มนี้ แนะนำถาม รพ. ให้ชัดว่า “ค่ายาแยกจากค่าบริการอะไรบ้าง” แล้วดูว่าแผนประกันครอบคลุมยาในผู้ป่วยใน/ผู้ป่วยนอกอย่างไร เพราะบางแผนเน้น IPD มากกว่า OPD สุดท้าย ถ้ากำลังตัดสินใจทำประกันแนวเหมาจ่าย แนะนำให้ถามให้ชัดก่อนซื้อว่าเคสฉุกเฉินเข้า ER แล้วแอดมิท สามารถใช้ระบบไม่ต้องสำรองจ่ายได้ไหม ต้องทำเรื่องกับเคาน์เตอร์ประกันตรงไหน และเอกสารอะไรที่โรงพยาบาลออกให้ได้ทันที จะได้สบายใจเวลาเกิดเหตุจริงค่ะ