Automatically translated.View original post

HOW TO Undo the Sour Body Odor...🤧

The sour smell hit up the nose! 👃🏻💦

The sour smell we feel embarrassed is actually caused by many reasons.

Perhaps not from sweat, but from "microbes on the skin" and "intestines" that lose balance! 😳

The main reason for the strong body odor or sour smell.

Bath with too strong soap. Kill fine microbes on the skin. 🦠

Eat a lot of fried stuff or processed food. 🍟

Stressed. Little sleep. Sweating, but the body can't drain. 💦

The intestines have accumulated waste because they excrete poorly. 💩

Choose a roll-on that "deodorizes," not just "drowns out the smell."

🌿 How to fix the sour smell

✅ eat foods that help keep the "intestines clean," such as vegetables, fruits and yogurt.

✅ Fill the body with "good microbes" every day (probiotics actually help balance body odor!)

✅ Bath with gentle soap that doesn't damage the microbiome on the skin.

✅ Look for ingredients like Zinc Ricinoleate, Magnesium, or alum to help deodorize.

Really good body smell.

Not from drowning, but from "a balanced body and a mind that takes care of itself every day." 🌿

# Strong body smell, what to do? # Strong body smell # fragrant # Take care of yourself # Drug sign with lemon8

2025/10/20 Edited to

... Read moreเวลาตัวเปรี้ยว ๆ เรามักโทษว่า “เหงื่อออกเยอะ” อย่างเดียว แต่จากที่ลองสังเกตตัวเอง กลิ่นเปรี้ยวมักเกิดตอนเหงื่อไปผสมกับแบคทีเรียบนผิวและถูก “หมัก” นาน ๆ โดยเฉพาะบริเวณอับอย่างจักแร้ ใต้ราวนม ขาหนีบ หรือหลังคอ เลยอยากแชร์วิธีเช็กและแก้แบบเป็นขั้นตอน เผื่อใครกำลังหาคำตอบว่าเหงื่อเปรี้ยวคืออะไร และเหงื่อเปรี้ยวเกิดจากอะไร 1) เช็กก่อนว่ากลิ่นมาจาก “ผิว/เสื้อผ้า/โรลออนเดิม” - ถ้าอาบน้ำใหม่ ๆ แล้วใส่เสื้อเดิม กลิ่นกลับมาไวมาก อาจเป็นที่เสื้อผ้า/ชุดชั้นในสะสมคราบเหงื่อ - ถ้าทาโรลออนแล้วแสบ/คัน หรือมีคราบจับตัวเป็นก้อน ๆ กลิ่นจะยิ่งตีกลับ เพราะเกิดการอุดตันและหมักง่าย 2) วิธีอาบน้ำที่ช่วยลดกลิ่นเปรี้ยว (ไม่ทำร้ายผิว) เราเปลี่ยนจากสบู่แรง ๆ มาใช้ “สบู่อ่อนโยน” เพราะสบู่ที่แรงเกินไปอาจทำให้สมดุลจุลินทรีย์บนผิวพัง แล้วกลิ่นยิ่งชัดกว่าเดิม - เน้นล้างบริเวณอับให้สะอาด และ “ซับให้แห้ง” ทุกครั้ง ไม่ปล่อยให้ชื้น - ขัดผิวเบา ๆ 2–3 ครั้ง/สัปดาห์พอ (ขัดทุกวันผิวระคายเคืองและยิ่งเหม็นง่าย) 3) ซับเหงื่อให้ไว + เปลี่ยนเสื้อผ้าทุกวัน ข้อนี้ช่วยมาก โดยเฉพาะวันที่ต้องออกนอกบ้านนาน ๆ เราพกทิชชู่/ผ้าซับเหงื่อไว้ซับจักแร้ระหว่างวัน แล้วถ้ามีโอกาสเปลี่ยนเสื้อใน/เสื้อผ้าทุกวันจริง ๆ กลิ่นลดลงชัด ทิปซักผ้า: แช่เสื้อบริเวณรักแร้ด้วยผงซักฟอก/น้ำอุ่นสั้น ๆ ก่อนซัก จะช่วยลดคราบหมักที่ทำให้กลิ่นติดเสื้อ 4) เลือกโรลออนให้ถูกแนว: “ระงับกลิ่น” ไม่ใช่แค่กลบ ถ้าปัญหาคือจักแร้เหม็น (ผู้หญิงเจอบ่อยเหมือนกัน) เรามองหาส่วนผสมที่ช่วยจับ/ลดกลิ่น เช่น Zinc Ricinoleate, Magnesium หรือสารส้ม และทาหลังอาบน้ำตอนผิวแห้งสนิท กลิ่นจะไม่ผสมกับความชื้นจนเปรี้ยว 5) ปรับจากข้างใน: อาหาร + ลำไส้ + การนอน วันที่กินของทอด อาหารแปรรูป หรือเครียดนอนน้อย เรารู้สึกว่ากลิ่นเหงื่อเปรี้ยวขึ้นจริง ๆ เลยเพิ่มผักผลไม้ โยเกิร์ต/โพรไบโอติก และดื่มน้ำให้พอ รวมถึงพยายามขับถ่ายให้เป็นเวลา เพราะลำไส้เสียสมดุลก็มีผลกับกลิ่นกายได้ ถ้าทำครบแล้วกลิ่นยังแรงผิดปกติ มีผื่นคัน แดง หรือกลิ่นเปลี่ยนแปลกมาก ๆ แนะนำลองปรึกษาแพทย์/เภสัชกรเพื่อเช็กการติดเชื้อหรือปัญหาผิวเฉพาะจุดนะคะ