8 นิสัยที่ทำให้ปวดอึตอนเช้า

8 นิสัยที่ทำให้ปวดอึตอนเช้า

ทำไมทุกเช้าต้องรีบวิ่งไปห้องน้ำ?

มาดูกันว่า 8 นิสัย ที่ทำให้คุณ ปวดอึตอนเช้า และอาจทำให้การขับถ่ายไม่สะดวก!

8 นิสัยที่ทำให้ปวดอึตอนเช้า

1️⃣

ดื่มกาแฟหรือชาเกินไป

คาเฟอีนในกาแฟและชาทำให้ลำไส้กระตุ้นการขับถ่ายเร็วเกินไป

💡 ดื่มน้ำเปล่าหรือชาเขียวแทนเพื่อไม่ให้กระตุ้นลำไส้เกินไป

2️⃣

ไม่ดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอน

การที่ไม่ดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอนทำให้ร่างกายขาดน้ำ และทำให้การขับถ่ายช้าลง

💡 เริ่มวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำ 1-2 แก้วเพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้

3️⃣

นอนดึกและพักผ่อนไม่พอ

การนอนน้อยส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้กระบวนการขับถ่ายช้าลง

💡 นอนให้พอ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูและทำงานได้ดีขึ้น

4️⃣

ทานอาหารที่มีไฟเบอร์น้อย

ไฟเบอร์ช่วยในการขับถ่าย ถ้าทานอาหารที่ขาดไฟเบอร์ ลำไส้จะทำงานได้ไม่เต็มที่

💡 ทานผัก ผลไม้ และธัญพืชให้มากขึ้นเพื่อให้การขับถ่ายดีขึ้น

5️⃣

ไม่ออกกำลังกาย

การขยับร่างกายช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ถ้าไม่ขยับตัว ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง

💡 ออกกำลังกาย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์เพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้

6️⃣

ทานอาหารมื้อหนักตอนกลางคืน

การทานอาหารหนักก่อนนอนทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้ทำงานหนักตอนกลางคืน ส่งผลให้ปวดอึในตอนเช้า

💡 ทานมื้อเย็นเบาๆ และไม่ดึกเพื่อให้ระบบย่อยอาหารมีเวลาฟื้นฟู

7️⃣

ขาดการผ่อนคลายหรือความเครียด

ความเครียดกระตุ้นให้ร่างกายทำงานผิดปกติและทำให้ระบบย่อยอาหารไม่สมดุล

💡 การผ่อนคลายและหาวิธีลดความเครียดจะช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น

8️⃣

ขาดจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้

การขาด โพรไบโอติก ทำให้ลำไส้ไม่สมดุล ระบบย่อยอาหารทำงานไม่เต็มที่ ส่งผลให้การขับถ่ายยาก

💡 เสริม โพรไบโอติก เพื่อปรับสมดุลในลำไส้ ช่วยให้การย่อยอาหารและขับถ่ายสะดวกขึ้น

🧠

เคล็ดลับดูแลการขับถ่าย

✔ ดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอน

✔ ทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง

✔ ออกกำลังกายเป็นประจำ

✔ นอนหลับให้เพียงพอ

✔ ลดความเครียดและผ่อนคลายทุกวัน

✔ เติม โพรไบโอติก เพื่อช่วยระบบย่อยอาหารและการขับ

ถ่าย

#อึยาก #อึ #ขับถ่ายยาก #สาระน่ารู้#ป้ายยากับlemon8

2025/12/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณเป็นสาย “ตื่นปุ๊บ ปวดอึปั๊บ” หรือปวดขี้บ่อยช่วงเช้าๆ เราว่ามันมีทั้ง “นิสัยกระตุ้นลำไส้” และ “จังหวะร่างกาย” ที่ทำให้เป็นแบบนั้นค่ะ จากที่สังเกตตัวเองและลองปรับหลายอย่าง นี่คือวิธีที่ช่วยได้จริงแบบทำตามได้เลย (เผื่อใครกำลังค้นว่า ปวดอึทำไงดี / วิธีทำให้ปวดอึแบบถ่ายออกง่ายขึ้น) 1) เช็กก่อนว่าเรา “ปวดอึเพราะลำไส้ทำงาน” หรือ “ปวดท้องแบบผิดปกติ” - ถ้าปวดแล้วถ่ายออก รู้สึกโล่ง ไม่มีไข้ ไม่มีอาการอื่น มักเป็นการกระตุ้นลำไส้จากกาแฟ ความเครียด หรือเวลาขับถ่ายที่ร่างกายตั้งไว้ - แต่ถ้าปวดบิดแรง หน้ามืด คลื่นไส้ ถ่ายเป็นน้ำบ่อยมาก หรือปวดร่วมกับไข้ ควรระวังเรื่องลำไส้อักเสบ/อาหารเป็นพิษ 2) สูตรเช้า 10 นาทีที่ช่วยให้ “ถ่ายตอนเช้า” ง่ายขึ้น - ตื่นแล้วดื่มน้ำอุ่น 1 แก้วใหญ่ (หรืออุณหภูมิห้องก็ได้) - เดินในห้อง/ยืดตัวเบาๆ 3-5 นาที (แค่ขยับก็ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้) - เข้าห้องน้ำ “ตามสัญญาณ” และพยายามไม่กลั้น เพราะการกลั้นบ่อยๆ ทำให้รอบถ่ายเพี้ยนและอึแข็งขึ้น 3) ถ้ากาแฟทำให้ปวดอึมาก ให้ปรับแบบนี้ หลายคนปวดอึทันทีหลังดื่มกาแฟ/ชา เพราะคาเฟอีนกระตุ้นลำไส้ แนะนำให้ลอง - กินอะไรเล็กน้อยก่อน (เช่น กล้วย/ขนมปัง) แล้วค่อยดื่มกาแฟ - ลดความเข้ม หรือเปลี่ยนเป็นครึ่งแก้ว - สลับเป็นชาเขียวอ่อนๆ หรือคาเฟอีนต่ำในวันที่ไม่อยากปวดอึบ่อย 4) เพิ่มไฟเบอร์แบบไม่ทำให้ท้องอืด ถ้าไฟเบอร์น้อย บางคนจะถ่ายยาก แต่บางคนเพิ่มรวดเดียวแล้วท้องอืด ควรเพิ่มทีละนิด - เริ่มจากผัก 1 กำมือทุกมื้อ + ผลไม้วันละ 1 อย่าง - เลือกธัญพืช/ข้าวกล้องบางมื้อ - ดื่มน้ำตามให้พอ ไม่งั้นไฟเบอร์ยิ่งทำให้อึแข็ง 5) โพรไบโอติก/จุลินทรีย์ดี ช่วยยังไง (แบบที่รู้สึกได้) ช่วงที่เรานอนดึก เครียด หรือกินของมันๆ หวานๆ บ่อยๆ จะรู้สึกว่าระบบขับถ่ายรวนง่าย การเสริมโพรไบโอติกจากโยเกิร์ต/นมเปรี้ยวที่น้ำตาลไม่สูง หรืออาหารหมักเล็กน้อย (เช่น กิมจิ) บางคนจะช่วยให้ถ่ายเป็นเวลาและไม่ปวดบิด 6) สำคัญมาก: “อึบาด เลือดออก” ต้องดูอาการร่วม เลือดติดกระดาษทิชชู่/หยดเล็กน้อย มักเจอจากริดสีดวงหรือแผลปริขอบทวาร (โดยเฉพาะคนอึแข็ง/เบ่งแรง) สิ่งที่ช่วยได้คือ ดื่มน้ำมากขึ้น เพิ่มไฟเบอร์ ค่อยๆ ฝึกไม่เบ่ง และแช่น้ำอุ่น แต่ถ้าเลือดออกเยอะ ถ่ายดำเหม็นผิดปกติ เวียนหัว ซีด น้ำหนักลด หรือเป็นซ้ำบ่อยๆ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อความปลอดภัยนะคะ สรุปคือ ถ้าปวดอึบ่อยตอนเช้า ลองเริ่มจากน้ำหลังตื่นนอน ลดกาแฟตอนท้องว่าง เพิ่มไฟเบอร์+น้ำ ขยับร่างกาย และจัดเวลานอนให้พอ แค่ปรับ 3-7 วันหลายคนเริ่มเห็นความต่างเลยค่ะ

ค้นหา ·
วิธีแก้ปวดอึ