No Buy Month!
📣# Sis invited to talkStart the New Year with No Buy Month! Let's see how hard the heart is. 💸🚫 "I intend that this month will stop shopping! Which is not necessary? Which is pure craving? Let's take a break. Let's try No Buy Month. See how much money will be at the end of this month. Who wants to save along the way? Let's start. ✨
.
# NoBuyMonth # Challenge # What hits know # SisHere# Sisheer
ถ้าใครกำลังอยากเริ่ม No Buy Month แต่กลัวทำไม่รอด เราแชร์วิธีที่ทำแล้วช่วยได้จริง (แบบคนชอบเดินร้านสะดวกซื้อและเผลอหยิบจุกจิกบ่อยๆ) ให้ทำตามนี้ได้เลย 1) ตั้ง “ขอบเขต” ให้ชัดก่อนเริ่ม No Buy Month ไม่ได้แปลว่าไม่ใช้เงินเลย แต่คือ “ไม่ซื้อของไม่จำเป็น” ดังนั้นแนะนำให้เขียน 2 ลิสต์ไว้ตั้งแต่วันแรก - ซื้อได้ (Need): ค่าอาหารหลัก/ของใช้จำเป็นในบ้าน, ค่าเดินทาง, ค่ายา, ค่าใช้จ่ายประจำ - งดซื้อ (Want): เสื้อผ้าใหม่, เครื่องสำอาง, ของตกแต่ง, ของจุกจิก, โปร 1 แถม 1 ที่ไม่ได้ตั้งใจซื้อ พอมีลิสต์ชัดๆ เวลาใจสั่นจะตัดสินใจง่ายขึ้นมาก 2) ตั้งกติกา “ข้อยกเว้น” แบบไม่หลอกตัวเอง ถ้ากลัวหลุด ให้กำหนดข้อยกเว้นที่เป็นเหตุผลจริง เช่น ของใช้หมดแล้วค่อยซื้อ (และซื้อเท่าที่จำเป็น) หรือให้มี “โควต้าความสุข” เดือนละ 1 อย่างในงบที่กำหนดไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้ไม่รู้สึกอัดอั้นจนพังทั้งเดือน 3) ใช้กฎ 24 ชั่วโมง ก่อนกดจ่าย เวลาอยากซื้ออะไร ให้ใส่ในโน้ตหรือในตะกร้าออนไลน์ แล้วรอ 24 ชั่วโมง ถ้ายังอยากได้จริงๆ ค่อยกลับมาดูใหม่ ส่วนใหญ่พอข้ามวันเราจะเฉยๆ ไปเอง 4) ระวังกับดักร้านสะดวกซื้อ (ของชิ้นเล็ก แต่รวมแล้วเยอะ) จากประสบการณ์ ชีส ขนม เครื่องดื่ม หรือของกินเล่น “ราคาไม่แรง” ทำให้เผลอหยิบง่ายมาก แนะนำว่า - เข้าร้านพร้อมลิสต์ และหยิบเฉพาะในลิสต์ - เลี่ยงเดินโซนของกินเล่นถ้าไม่จำเป็น - พกน้ำ/ของว่างจากบ้าน ลดการซื้อแบบหิวๆ 5) ทำบัญชีรายวันแบบง่ายที่สุด ไม่ต้องใช้แอปก็ได้ แค่จด 3 อย่างทุกวัน: วันนี้จ่ายอะไรไปบ้าง / จ่ายเพราะอะไร / ครั้งหน้าจะกันพลาดยังไง พอเห็นตัวเลขชัดๆ จะยิ่งมีกำลังใจ และปลายเดือนจะรู้เลยว่าเงินหายไปกับ “ความอยากล้วนๆ” แค่ไหน 6) วิธีแก้อาการอยากช้อป (แทนการซื้อ) - จัดบ้าน/จัดตู้เสื้อผ้า แล้ว “ช้อปของที่มีอยู่” - เลิกติดตามบัญชีที่ป้ายยา (หรือปิดแจ้งเตือนโปร) - ตั้งกิจกรรมแทน เช่น เดินเล่น อ่านหนังสือ ทำอาหารง่ายๆ 7) ตั้งเป้าหมายให้เงินที่เก็บได้ “มีงานทำ” เราแนะนำให้ตั้งเป้าชัดๆ ว่าจะเก็บไปทำอะไร เช่น จ่ายหนี้ เติมเงินฉุกเฉิน หรือทริปเล็กๆ ปลายเดือน พอมีภาพปลายทาง จะอดทนกับ No Buy Month ง่ายขึ้นมาก ถ้าอยากทำให้สนุกขึ้น ลองชวนเพื่อนทำชาเลนจ์ด้วยกัน 30 วัน แล้วมาอัปเดตทุกสัปดาห์ว่า “วันนี้ไม่ซื้ออะไรสำเร็จ!” แค่นี้ก็เพิ่มโอกาสทำ No Buy Month ให้รอดทั้งเดือนได้เยอะเลย
