Automatically translated.View original post

LISA has played movies again.

📣# What hits knowLISA has played movies again, and this time comes in the princess look of the Rom-Com industry. 🎬💖✨ really stopped. My daughter, Mom. Most recently, Netflix announced the big news, broke the timeline because "Lisa" is set to play the lead in a new romantic-comedy movie inspired by the legendary love movie Notting Hill (1999). The plot is a lot of love stories between "world celebrities" and "ordinary people" (which we can prepare to be that ordinary person, Mr. Aunt).

.

And the production is definitely reliable, because Katie Silberman, the top writer from Set It Up and Booksmart, played the script.

.

After going to buzz with Tygo in the project first, this time it's a bit light-hearted, fans like us have to stick to the edge of the screen for a long time, because before watching it for a while, but believe me...This wait is definitely worth it. 🍿🌷

.

# LISA # Netflix # NottingHill # Lisa# SisHere # Sisheer

2/7 Edited to

... Read moreถ้าใครเสิร์ชหา “หนังญี่ปุ่น” หรือ “ซีรี่ย์ญี่ปุ่น” แล้วอยากได้ฟีลโรแมนติกคอมเมดี้แบบ Notting Hill (คนดัง/คนธรรมดา หรือรักต่างโลกที่ชวนอมยิ้ม) เราว่าญี่ปุ่นทำแนวนี้เก่งมาก เพราะเล่าแบบละมุนๆ มีมุกน่ารัก และใส่รายละเอียดชีวิตประจำวันจนดูแล้วเพลินแบบไม่ต้องคิดเยอะ ทริคที่เราใช้เวลาหาเรื่องดูใน Netflix (หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ) คือพิมพ์คีย์เวิร์ดประมาณนี้ในช่องค้นหา: “Japanese romcom”, “โรแมนติกคอมเมดี้ ญี่ปุ่น”, “หนังญี่ปุ่นรักใสๆ”, “ซีรี่ย์ญี่ปุ่นรักต่างวัย/ต่างฐานะ” แล้วค่อยไล่ดูตัวอย่าง+เรตติ้งประกอบ ช่วยเจอเรื่องที่ตรงจริตไวขึ้นมาก โทนที่ใกล้ Notting Hill ที่เราชอบ แบ่งได้ประมาณนี้ 1) รักวุ่นๆ ของคนทำงาน (Office/Workplace Rom-Com) จุดเด่นคือจะมีความตลกจากสถานการณ์ในที่ทำงาน และมีโมเมนต์เขินแบบค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับคนที่อยากดูแล้วใจฟู ไม่ดราม่าหนักเกิน 2) รักต่างโลก/ต่างวงการ (เหมือนคนดัง vs คนธรรมดา) ญี่ปุ่นมีหลายเรื่องที่เล่าความต่างของสถานะ เช่น คนดัง/ไอดอล/นักแสดง กับคนทั่วไป หรือคนเมืองกับคนชนบท เสน่ห์คือความ “ต่าง” นี่แหละที่ทำให้เกิดทั้งมุกฮาและฉากซึ้งแบบนุ่มๆ 3) โรแมนติกคอมเมดี้วัยเรียน/วัยมหาลัย ถ้าอยากได้อะไรเบาๆ ใสๆ ดูง่ายมาก เปิดดูระหว่างกินข้าวก็ยังไหว และส่วนใหญ่จะมีความอบอุ่นแบบ coming-of-age อีกอย่างที่ช่วยเลือก “ซีรี่ย์ญี่ปุ่น” ให้ไม่พลาด คือดูจำนวนตอนก่อน บางเรื่องตอนสั้นมาก (20–30 นาที) ดูเพลินๆ คืนเดียวจบ เหมาะกับคนไม่มีเวลา ส่วน “หนังญี่ปุ่น” จะได้อารมณ์จบในเรื่องเดียว ไม่ต้องผูกพันยาว สุดท้าย ถ้าคุณชอบพล็อตแรงบันดาลใจแบบ Notting Hill (โรแมนติกคอมเมดี้ที่มีความแฟนตาซีเล็กๆ จากโลกของคนดัง) แนะนำให้โฟกัสคำโปรยแนว “คนดังพบรักคนธรรมดา” หรือ “ความรักต้องห้ามในที่สาธารณะ” เพราะมักได้ฟีลเขินๆ แบบเดียวกัน ถ้าอยากให้เราแนะนำแบบเจาะจงกว่านี้ บอกได้เลยว่าอยากได้ “หนังญี่ปุ่น” หรือ “ซีรี่ย์ญี่ปุ่น” และชอบโทนไหน: ฮาเยอะ/หวานเยอะ/ดราม่าน้อย/จบแฮปปี้ เราจะช่วยคัดให้เข้ากับสไตล์การดูของคุณมากขึ้นค่ะ