📦💔เมื่อคำว่า ‘ของมันต้องมี’ ขโมยเงินเก็บเราไปหมดแล้ว!
📣#ซิสชวนคุย📦💔 เมื่อคำว่า ‘ของมันต้องมี’ ขโมยเงินเก็บเราไปหมดแล้ว! แจกทริกดึงสติคนรุ่นใหม่ก่อนสิ้นเนื้อประดาตัว 💸✨
.
สารภาพมาซะดีๆ! ใครที่หน้าโปรไฟล์ใช้ชีวิตดีมาก คาเฟ่ไม่เคยขาด กล่องพัสดุกองเต็มหน้าบ้าน อาร์ตทอยเต็มชั้น ของกุ๊กกิ๊กเต็มห้อง 🧸🎀 แต่พอเปิดแอปธนาคารขึ้นมาดู... เอ้า! เงินเก็บไม่มี แถมยอ ดหนี้บัตรเครดิตพุ่งกระฉูดสวนทางกับเงินเดือนสุดๆ 😭 ยินดีด้วยค่ะ คุณได้เข้าสู่ลูป “คนรุ่นใหม่ช้อปเก่งแต่ไม่มีเงินเก็บ” เรียบร้อยแล้ว!
.
ยุคนี้หันไปทางไหนก็เจอแต่ป้ายยาเต็มไปหมดใช่ไหมคะ? คำว่า "ของมันต้องมี" กลายเป็นคำสะกดจิตที่น่ากลัวที่สุด พอบวกกับประโยคปลอบใจตัวเองอย่าง "ทำงานเหนื่อยมาทั้งเดือน ซื้อความสุขให้ตัวเองหน่อย" รู้ตัวอีกทีจาก ‘ช้อปปิ้งบำบัด’ กลายเป็น ‘ช้อปปิ้งสร้างหนี้’ ซะงั้น 🛒❌
.
การรักตัวเองและซื้อความสุขให้ตัวเองไม่ใช่เรื่องผิดเลยนะคะทุกคน! 💖 แต่ความสุขที่แท้จริงไม่ควรแลกมาด้วยความเครียดและหนี้สินในอนาคตนะ การมีชีวิตแบบ Private Life เงียบๆ โฟกัสตัวเอง มีเงินเก็บสำรองอุ่นๆ ในบัญชี มันปลอดภัยและฮีลใจได้ดีกว่าการมีของเต็มห้องแต่ใจว้าวุ่นเพราะหนี้สินเยอะเลย 🌿
.
ตามงานวิจัยล่าสุดที่ CHAILLL เผยให้เห็นว่า "คนรุ่นใหม่หมดเงินไปกับคำว่า 'ของมันต้องมี' จนตอนนี้ 'เงินเก็บไม่มี' แถมมีหนี้เพิ่มขึ้น" ทำให้เราต้องเริ่มหันมามองพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเองอย่างจริงจังมากขึ้น จริงๆ แล้ว ความรู้สึกอยากซื้อของที่เห็นแล้วรู้สึกว่า "ของนี้ต้องมี" เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นจากการถูกกระตุ้นด้วยโฆษณาและสื่อสังคมออนไลน์ แต่หากปล่อยให้ความรู้สึกนี้ควบคุมเรา บ่อยครั้งก็จะนำไปสู่การใช้จ่ายเกินตัวจนเงินเก็บลดน้อยลงหรือหนี้เพิ่มขึ้นจนรู้สึกเครียดตามมา วิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพคือการตั้งงบประมาณรายเดือนสำหรับการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น หรือเรียกง่ายๆ ว่า "งบช้อปปิ้ง" และยึดมั่นในงบนี้อย่างเคร่งครัด รวมถึงการตั้งคำถามกับตัวเองก่อนซื้อของว่า สินค้านี้จำเป็นจริงหรือเพียงแค่ความรู้สึกชั่วขณะ ประสบการณ์ส่วนตัวที่อยากแชร์คือเมื่อก่อนก็เคยติดกับดักคำว่า "ของมันต้องมี" เช่นกัน จนเริ่มสังเกตว่าบัญชีเงินฝากลดลงเร็วและมีหนี้บัตรเครดิตเพิ่มขึ้นมาก เราจึงเริ่มทำ "บันทึกค่าใช้จ่าย" ทุกวัน และทบทวนกับตัวเองว่าสินค้าไหนที่ซื้อแล้วไม่ได้ใช้จริง หรือซื้อเพื่อเติมเต็มความรู้สึกว่างเปล่าในใจ นอกจากนี้ การตั้งเป้าหมายการออมเงิน เช่น เป้าหมายเดินทางท่องเที่ยวในฝัน หรือซื้อของที่มีมูลค่าและใช้ได้นาน จะช่วยสร้างแรงจูงใจและทำให้การใช้จ่ายระมัดระวังมากขึ้น สุดท้ายอยากบอกว่า การรักตัวเองไม่จำเป็นต้องแสดงออกผ่านการซื้อของแพงเสมอไป แต่สามารถทำได้ผ่านการดูแลใจและการวางแผนการเงินที่ดีที่จะทำให้ชีวิตมีความสุขและปลอดภัยทางการเงินมากขึ้นกว่าเดิม
