Automatically translated.View original post

Our dreams are just the ordinary things of others.😢

Have you ever felt it? Our dreams are just the daily lives of some rich people.

🇺🇸 Dreams have gone abroad - some people have gone abroad is normal.

🚗 Dream has their own car - some people have cars to drive regularly.

🏫 Dream of going to school - some people have the opportunity to go to school regularly.

🥘 want to eat expensive restaurants - some get to eat regularly.

🎸 I want to play music because I like it but don't have time - some people have the opportunity to play music regularly.

I want to tell everyone that I can be hurt, but don't insult myself very much. Continue to follow our dreams. Because once we reach that dream, we will always have bigger or new goals. Everyone wants something that doesn't exist. Don't forget that the spot we stand on is also someone's dream. Do that as well as someone's dream. 🫶🏻❤️

# Life lessons # Dream life # Develop yourself # Improve yourself better # Fight Diwa

2025/8/9 Edited to

... Read moreบางวันฉันก็เผลอคิดเหมือนกันว่า “ความฝันของเราเป็นแค่กิจวัตรของใครบางคน” เห็นคนอื่นได้ไปต่างประเทศเป็นเรื่องปกติ มีรถขับทุกวัน หรือได้เรียนในที่ดี ๆ แล้วใจมันแว้บลงทันที เหมือนเรากำลังวิ่งตามสิ่งที่คนอื่นเดินผ่านเฉย ๆ จนเริ่มน้อยใจตัวเองแบบไม่รู้ตัว แต่พอลองหยุดคิดจริง ๆ ฉันพบว่า “รูปของเราความฝันของเรา” มันไม่ควรเอาไปเทียบกับรูปของคนอื่น เพราะแต่ละคนเกิดมาไม่เท่ากัน ต้นทุนไม่เท่ากัน เวลาไม่เท่ากัน สิ่งที่ทำได้คือจัดกรอบความฝันให้เป็น “แผน” ที่จับต้องได้ แล้วเดินตามความฝันแบบที่ไม่ทำร้ายใจตัวเอง วิธีที่ช่วยฉันมาก ๆ คือแยกความฝันออกเป็น 3 ชั้น: (1) เป้าหมายใหญ่ เช่น อยากไปต่างประเทศ (2) เป้าหมายย่อย เช่น เก็บเงินค่าตั๋ว/พาสปอร์ต/ภาษา (3) งานรายสัปดาห์ เช่น หยอดเงินวันละ 20–50 บาท หรืออ่านอังกฤษวันละ 10 นาที พอทำเป็นชิ้นเล็ก ๆ เราจะรู้สึกว่า “ฉันกำลังไปต่อ” ไม่ใช่ยืนมองคนอื่นสำเร็จ อีกอย่างที่ทำให้ไม่หลุดโฟกัสคือเลิกเช็กชีวิตคนอื่นตอนที่เราเหนื่อย ถ้าวันไหนเห็นโพสต์แล้วใจหวิว ฉันจะพักการไถฟีด แล้วกลับมาทำกิจวัตรของตัวเองให้มั่นคง เช่น นอนให้พอ จัดโต๊ะทำงาน อ่านหนังสือสั้น ๆ หรือดูคลิปเรียนในแท็บเล็ต/มือถือแทน (เหมือนเตือนตัวเองว่า วันนี้เราลงทุนให้อนาคตอยู่) สำหรับใครที่ฝัน “ดูใหญ่” เช่น อยากมีรถ อยากกินร้านอาหารแพง อยากเล่นดนตรีแต่ไม่มีเวลา ฉันแนะนำให้เริ่มจากเวอร์ชันเล็กของความฝันก่อน เช่น เช่ารถ/คาร์แชร์ 1 วันเพื่อให้รู้ว่าชอบจริงไหม ตั้งงบกินร้านดี ๆ เดือนละครั้งแบบไม่ลำบาก หรือซ้อมดนตรี 15 นาทีต่อวันก็ยังนับว่าเดินตามความฝัน เพราะความสม่ำเสมอชนะความฮึกเหิมเสมอ สุดท้าย เวลาน้อยใจให้พูดกับตัวเองประโยคนี้: “ตอนนี้ยังไม่ถึง ไม่ได้แปลว่าไปไม่ถึง” แล้วมองกลับมาว่า จุดที่เรายืนอยู่—มีเตียงให้นอน มีโอกาสเรียน มีอาหารอิ่ม—ก็เป็นความฝันของใครบางคนเหมือนกัน เราน้อยใจได้ แต่ขออย่าดูถูกตัวเอง และค่อย ๆ เดินตามความฝันในจังหวะของเราเอง