Automatically translated.View original post

Speckled leaves, burning leaves, fungi down ❌, ending with chlorothalonyl + azoxy.

Chlorothalonyl plus azoxystonbis mix 2 mechanism of action, wide fungal control

Chloro 👉 touch-acting, leaf surface coating, anti-fungus destruction

Azok 👉, active, absorbent, inhibits the growth of fungi within the leaves.

- Helps prevent and suppress plant diseases simultaneously.

- Reduces the risk of resistant fungi when used according to instructions.

- Suitable during rain, high humidity, easy infestation fungus.

- Strong leaves, beautiful green. Disease does not spread.# Agricultural extraction

2025/12/15 Edited to

... Read moreหลายคนเจออาการ “ใบจุด ใบไหม้ ใบลายๆ แล้วลุกลามเร็ว” โดยเฉพาะช่วงฝนตกหรือหน้าหนาวที่มีน้ำค้าง ความชื้นสูง ฉันเคยพลาดเพราะคิดว่าเป็นแค่ใบแก่ พอทิ้งไว้ 3–4 วัน จุดขยายเป็นปื้น ใบเริ่มไหม้และร่วง สุดท้ายต้องรีบจัดการแบบจริงจัง เหตุผลที่หลายสวนเลือก “คลอโรทาโลนิล + อะซอกซีสโตรบิน” ก็เพราะทำงานคนละทางกัน: คลอโรทาโลนิลเป็นแบบสัมผัส เคลือบผิวใบเหมือนทำเกราะ ป้องกันสปอร์เชื้อราเกาะ/งอก ส่วนอะซอกซีสโตรบินเป็นแบบดูดซึม ช่วยยับยั้งเชื้อที่เริ่มเข้าไปในใบแล้ว เหมาะกับเคสที่มีทั้ง “กันไว้” และ “กดอาการที่เริ่มเป็น” ในรอบเดียว วิธีเช็กอาการก่อนพ่น (จากที่ฉันใช้จริง) - ถ้าเริ่มเห็นจุดเล็กๆ ขอบเหลืองๆ หรือวงแหวนจางๆ บนใบอ่อน/ใบกลางทรงพุ่ม: มักเป็นกลุ่มใบจุดจากเชื้อรา - ถ้าเป็นปื้นสีน้ำตาลไหม้ ขยายเร็วหลังฝน หรือมีละอองดำๆ ใต้ใบ: ความเสี่ยงเชื้อราระบาดสูง - ถ้าจุดเกิดเฉพาะใบล่างแก่และไม่มีลามขึ้นยอด: อาจเป็นโภชนาการ/ใบแก่ แต่ถ้าความชื้นสูง แนะนำกันไว้ก่อน แนวทางการพ่นให้เห็นผล (เน้นปฏิบัติได้) 1) พ่นช่วงเช้าแดดอ่อนหรือเย็น เพื่อให้สารเคลือบใบอยู่ได้นานและลดโอกาสใบช้ำ 2) ตั้งใจพ่นให้โดน “ใต้ใบ” ด้วย เพราะเชื้อราหลายชนิดเริ่มจากใต้ใบก่อน 3) ช่วงระบาดหนักให้พ่นถี่ขึ้นตามคำแนะนำฉลาก (ปกติจะกำหนดเป็นรอบวัน) และเมื่ออาการเริ่มหยุดลามค่อยยืดรอบ 4) อย่าพ่นตอนฝนกำลังจะลง เพราะสารสัมผัสต้องมีเวลาจับใบ ถ้าฝนชะเร็วเกิน ประสิทธิภาพตก อัตราผสม/คำแนะนำจากภาพสินค้าที่หลายคนอ้างอิง ในภาพมีแนวทาง “100–200 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร” และจุดเด่นแนว “ไม่ตกตะกอน/สูตรเย็นปลอดภัยต่อพืช” แต่ฉันแนะนำให้ยึด “ฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่จริง” เป็นหลักเสมอ เพราะความเข้มข้นแต่ละยี่ห้อไม่เท่ากัน ลดดื้อยาและลดกลับมาเป็นซ้ำ - อย่าใช้สูตรเดิมซ้ำยาวๆ ทุกครั้ง ควรสลับกลุ่มสารตามคำแนะนำ (โดยเฉพาะอะซอกซีสโตรบินอยู่กลุ่มสโตรบิลูรินที่มีโอกาสดื้อได้หากใช้ถี่) - ตัดใบที่เป็นหนักออก ลดแหล่งสะสมเชื้อ แล้วค่อยพ่นจะคุมได้ง่ายขึ้น - เปิดทรงพุ่มให้โปร่ง ลดความชื้นค้างในแปลง สำหรับคนปลูกไม้ดอก/ไม้ประดับที่ถามเรื่อง “ไม้แหย่แย้ออกดอก” ถ้าช่วงนั้นต้องพ่นยา แนะนำพ่นให้ห่างช่วงดอกบาน จัดการความชื้นและทรงพุ่มควบคู่ เพื่อให้ต้นสมบูรณ์ ใบไม่โทรม และมีแรงไปสร้างช่อดอกได้ต่อเนื่อง