Innisfree: Green tea ceramide milk เห็นแบบนี้เหมือนน้ำขุ่นๆ ดูไม่มีอะไร แต่ลองใช้แล้วแค่รอบเดียว รับรองจะติดใจ … #รีวิวบิวตี้ #skincarelayers #innisfree #น้ำตบ #Howtobeauty
หลังจากลอง Innisfree Green Tea Ceramide Milk (บางคนเรียก Barrier Essence) แบบจริงจัง ชอบตรง “เนื้อสัมผัส” มาก เพราะตอนเทออกมาจะเป็นน้ำนมขุ่นๆ ไม่ได้หนืดจัด แต่พอแตะลงผิวแล้วจะลื่นนิดๆ เกลี่ยง่าย และทิ้งฟีลเคลือบผิวบางๆ ไม่เหนอะเทอะ เหมือนช่วยล็อกความชุ่มชื้นไว้ เหมาะกับวันที่ผิวล้าๆ หรือมีอาการแห้งเป็นขุย เรื่องเทกซ์เจอร์/ความรู้สึกหลังทา: รอบแรกจะให้ความชุ่มชื้นแบบทันที ผิวดูอิ่มน้ำ (plump) มากขึ้น พอผ่านไปสักพักจะรู้สึกว่าผิว “สบาย” และแน่นขึ้นเล็กน้อย ไม่ตึงง่าย โดยเฉพาะคนที่ผิวขาดน้ำจากแอร์หรือแต่งหน้าบ่อยๆ ตัวนี้ทำหน้าที่เป็นขั้นกลางๆ ระหว่างน้ำตบกับมอยส์เจอไรเซอร์ได้ดี ส่วนที่ทำให้เหมาะกับสายเสริมเกราะผิวคือคีย์เวิร์ดอย่าง Ceramides + กลุ่มให้ความชุ่มชื้น (เช่น 9 Hyaluronic Acid) ที่ให้ฟีลผิวอิ่มน้ำและช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น สำหรับฉันถ้าวันไหนใช้คู่กับครีมที่เน้น barrier จะยิ่งรู้สึกว่าผิวแข็งแรงขึ้น แห้ง ขุยน้อยลง และแต่งหน้าติดง่ายกว่าเดิม วิธีใช้ที่เวิร์ก (จากประสบการณ์): - หลังล้างหน้า/โทนเนอร์ กดหรือเท 1–2 ปั๊ม (หรือปริมาณเหรียญสิบ) วอร์มที่มือแล้วกดซับให้ทั่วหน้า เน้นแก้ม/ข้างจมูกที่แห้งง่าย - ถ้าวันไหนผิวแห้งมาก ใช้แบบ “2 เลเยอร์” คือรอบแรกบางๆ รอให้เซ็ต แล้วค่อยทาซ้ำอีกรอบ จะได้ความฉ่ำขึ้นโดยไม่หนักผิว - ตอนเช้าแนะนำลงบางๆ แล้วตามด้วยกันแดด จะไม่เป็นคราบง่าย (เพราะตัวนี้ทิ้งฟิล์มบางๆ ช่วยให้ผิวเรียบ) เหมาะกับใคร: คนผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ ผิวระคายง่ายจากการใช้แอคทีฟ หรือคนที่อยากได้ผลิตภัณฑ์แนว “เบสิคที่ดี” สำหรับเพิ่มชุ่มชื้นและเสริมปราการผิว ส่วนคนผิวมันมากๆ แนะนำเริ่มใช้ปริมาณน้อยก่อน เพราะฟีลเคลือบผิวอาจทำให้รู้สึกมันได้ในบางวัน ทิปเล็กๆ ก่อนตัดสินใจ: ลองเทสต์กับช่วงที่ผิวแห้ง/ขาดน้ำจริงๆ จะเห็นความต่างชัดที่สุด และอย่าลืมปิดด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ถ้าผิวแห้งมาก เพราะตัวนี้เด่นเรื่องเติมน้ำและเคลือบผิว แต่การ “ล็อก” ให้สุดยังต้องพึ่งครีมปิดท้ายด้วย































