ปกติไม่ค่อยชอบใช้มาส์กชีท
เสียดายเงิน แต่อันนี้โอเค หลังมาส์กรู้สึกผิวอิ่มน้ำขึ้นจริง … #รีวิวบิวตี้ #skincarelayers #drjart #มาส์กหน้า #มาส์กชีท @Dr.Jart+ Thailand
ถ้าใครกำลังเล็ง Dr.Jart+ Cicapair Intensive Soothing Repair Serum Mask (บางคนเรียก “Cicapair mask” หรือ “sleepair intensive mask”) เราขอแชร์มุมที่ช่วยตัดสินใจมากขึ้นจากการใช้จริงแบบคนที่ “ปกติไม่ค่อยชอบใช้มาส์กชีท” เหมือนกัน 1) เหมาะกับผิวแบบไหน/ช่วงไหนที่ควรหยิบมาใช้ ตัวนี้เด่นเรื่อง soothing สบายผิว และช่วยลดรอยแดง เหมาะมากในวันที่ผิวล้า แสบๆ แดงๆ จากอากาศ เปลี่ยนสกินแคร์ หรือผิวขาดน้ำแล้วแต่งหน้าไม่ค่อยติด เรารู้สึกว่าหลังมาส์กผิว “อิ่มน้ำขึ้นจริง” แบบจับแล้วนุ่มแน่นขึ้น ไม่ได้ชุ่มแค่ผิวหน้าเงาๆ ชั่วคราว 2) วิธีใช้ให้เห็นผลและไม่เปลือง เราจะใช้หลังล้างหน้า+โทนเนอร์บางๆ แล้วแปะมาส์กประมาณ 10–15 นาทีพอ (ไม่ปล่อยจนแห้ง) จากนั้นนวดเอสเซนส์ที่เหลือให้ซึม แล้ว “ปิดด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์” อีกชั้นเพื่อช่วยล็อกความชุ่มชื้น จุดนี้ทำให้ความอิ่มน้ำอยู่ได้นานขึ้นและคุ้มราคา ไม่อย่างนั้นผิวแห้งง่ายอาจรู้สึกว่าดีแค่ตอนเพิ่งมาส์กเสร็จ 3) แพ็กเกจจิ้ง/ของในซองเป็นยังไง (Dr jart cicapair mask packaging) แพ็กเกจของไลน์ Cicapair ส่วนใหญ่จะมาโทนเขียว ดูเป็นสายปลอบประโลมผิว ซองค่อนข้างแน่นหนา พกใส่กระเป๋าได้ไม่เลอะง่าย เวลาแกะซองเอสเซนส์จะค่อนข้างฉ่ำ แนะนำฉีกซองให้เปิดกว้างนิดนึงจะหยิบแผ่นมาส์กง่าย และอย่าลืมปาดเอสเซนส์ที่ก้นซองมาทาคอ/หลังมือด้วย จะได้ไม่เสียของ 4) ถ้าลังเลระหว่างรุ่นอื่นของ Dr.Jart+ (เช่น Ceramidin / Hydra) - ถ้าโฟกัส “รอยแดง/ปลอบผิว” ให้เริ่มที่ Cicapair - ถ้าผิวแห้งมาก เน้นเสริมเกราะผิวแบบจริงจัง เราว่ากลุ่ม Ceramidin จะตอบโจทย์อีกแบบ (แนว skin barrier) - ถ้าขาดน้ำ อยากได้ลุคชุ่มเด้งไวๆ กลุ่ม Hydra จะให้ฟีลเติมน้ำชัด 5) ทริคเพิ่มความสบายผิว วันไหนผิวร้อนๆ เราจะเอามาส์กไปแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา 5–10 นาทีก่อนใช้ ความเย็นช่วยให้รู้สึกสงบผิวขึ้น (แต่ไม่ควรแช่ช่องฟรีซ) โดยรวมสำหรับคนที่เคยรู้สึกว่า “มาส์กชีทไม่คุ้ม” ตัวนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ชิ้นที่ทำให้เรารู้สึกว่าคุ้มกับวันที่ผิวต้องการการปลอบประโลมจริงๆ ทั้งความชุ่มชื้นและความสบายผิวหลังมาส์ก


