Automatically translated.View original post

🖤 "I'm not sad... just don't know how to feel."

Sometimes it's not sadness.

But is "a void without access to happiness."

That could be a sign of "Anhedonia."

A condition in which a person feels indifferent, bored, unhappy, or lacks satisfaction in activities that used to make them happy, a symptom that is more common in people with depression.

Even in the midst of things that were loved, used to mean, or used to inflate hearts.

But instead, "I don't feel anything."

🎧 My favorite song became just a background sound.

📄 A proud job becomes a day-to-day thing.

👥 time with an important person feels inexplicable.

💡, how many types of Anhedonia?

The research separated Anhedonia into 2 major forms:

1.Consummatory Anhedonia

Lose the ability to "feel happy while doing that activity."

Like eating a favorite, but feeling dormant, tasteless, unsatisfied.

2. Anhedonia anticipatory

Lose the ability to "expect happiness from what's about to happen."

Like, just thinking about a weekend trip, not feeling as excited or wanting to go.

These two forms may occur simultaneously and are important indicators in depression.

🔍 So what should we do?

Observe yourself honestly.

No pressure on feelings. No rush to tell yourself, "It's okay."

If it actually feels like, "It's never the same anymore."

🧭 Stop comparing to yourself in the past.

You're not getting weaker.

But you're just in the middle of a brain that needs extra attention.

👩‍⚕️ seek expert help.

Anhedonia does not always disappear on its own.

But it can be relieved and restored through treatment by psychiatrists and psychologists.

🤍 Because not feeling anything... it's not something you have to live with alone.

The SMIND Clinic is ready to take care of you.

Even the feeling faded...We'll gradually help it come back.

_ _ _ _

Reference sources:

Serretti A. Anhedonia and Depressive Disorders. Clin Psychopharmacol Neurosci.2023; 21 (3): 401-409.

# End of pleasure # Psychiatrist # Psychiatric clinic # smindclinic

2025/10/14 Edited to

... Read moreหลายคนจะอธิบายภาวะสิ้นยินดีว่า “ไม่ได้เศร้า แต่เหมือนปิดสวิตช์ความสุข” อยู่ท่ามกลางคนที่กำลังสนุก ทำกิจกรรมที่เคยชอบ หรือได้สิ่งที่เคยรอคอย แต่กลับรู้สึกเฉย ๆ ว่างเปล่า เหมือนทุกอย่างเป็นแค่ฉากหลัง นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนสับสน เพราะมันไม่ใช่ความเศร้าที่ร้องไห้ตลอดเวลา แต่คือการ “เข้าถึงความสุขไม่ได้” ภาวะสิ้นยินดี (Anhedonia) คืออะไรในชีวิตจริง? สำหรับฉัน/หลายเคสที่เจอ มันจะมาในรูปแบบเล็ก ๆ ก่อน เช่น เพลงที่เคยเปิดวนกลายเป็นแค่เสียง งานอดิเรกที่เคยทำแล้วหายเครียดกลับรู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากเริ่ม หรือเวลานั่งกับคนสำคัญก็เหมือนใจไม่เชื่อมต่อ ทั้งที่ยังรักเขาอยู่ สิ่งนี้ต่างจาก “เบื่อ” ทั่วไปตรงที่ ต่อให้เปลี่ยนกิจกรรม เปลี่ยนบรรยากาศ ก็ยังไม่รู้สึกดีขึ้นชัดเจน และความรู้สึกเฉยชามักอยู่ต่อเนื่อง ภาวะสิ้นยินดีเกิดจากอะไร? โดยมากมักเกี่ยวข้องกับภาวะซึมเศร้า ความเครียดสะสม/หมดไฟ (burnout) ความวิตกกังวลเรื้อรัง การนอนน้อยต่อเนื่อง หรือช่วงที่ร่างกายและสมองใช้พลังงานมากจนระบบรางวัล (reward system) ตอบสนองได้น้อยลง บางคนอาจมีปัจจัยร่วม เช่น การสูญเสีย ความโดดเดี่ยว ปัญหาความสัมพันธ์ หรือการทำงานที่กดดันยาวนานจน “ชินชา” เพื่อเอาตัวรอด อาการที่พบได้บ่อย (ลองเช็กตัวเองแบบไม่ตัดสิน): - ไม่ตื่นเต้นกับสิ่งที่เคยชอบ/เคยรอคอย - ทำกิจกรรมเดิมได้ แต่ไม่รู้สึกเพลินหรือภูมิใจเหมือนก่อน - อยากอยู่คนเดียวมากขึ้น พูดคุยน้อยลง รู้สึกเชื่อมต่อกับคนรอบตัวได้ยาก - แรงจูงใจลดลง ทำอะไรไปวัน ๆ (แม้ยัง “ทำได้”) - บางวันรู้สึกว่างเปล่า เหมือนหัวใจไม่รับรู้อะไร สิ่งที่ฉันแนะนำให้เริ่มทำแบบค่อยเป็นค่อยไป (ไม่ฝืนให้ “ต้องหายทันที”): 1) จดบันทึกสั้น ๆ วันละ 1 นาที: วันนี้รู้สึก 0-10 ได้เท่าไหร่ และมีอะไรที่ทำให้ลด/เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2) กลับไปทำกิจกรรมแบบ “ขนาดจิ๋ว”: ฟังเพลง 1 เพลง เดิน 5-10 นาที อาบน้ำอุ่น จัดโต๊ะ 3 นาที เป้าหมายคือสร้างจังหวะ ไม่ใช่สร้างความสุขทันที 3) ดูแลพื้นฐานสมอง: นอนให้พอ กินให้สม่ำเสมอ ลดแอลกอฮอล์ และพยายามโดนแสงแดดอ่อน ๆ ตอนเช้า 4) บอกคนที่ไว้ใจ 1 คน: ไม่ต้องอธิบายยาว แค่บอกว่า “ช่วงนี้เหมือนรู้สึกไม่ค่อยได้” เพื่อให้มีคนช่วยสังเกตและอยู่ข้าง ๆ ควรพบผู้เชี่ยวชาญเมื่อไหร่? ถ้าอาการต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ รบกวนงาน/การเรียน/ความสัมพันธ์อย่างชัดเจน หรือมีความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา เพราะภาวะไร้ยินดีสามารถบรรเทาได้ด้วยการรักษาที่เหมาะสม (เช่น จิตบำบัด การปรับพฤติกรรม และในบางกรณีอาจมียาที่ช่วย) และที่สำคัญคือ คุณไม่จำเป็นต้องอยู่กับความว่างเปล่านี้เพียงลำพัง