ความสำเร็จในวันนี้ อาจกำลังขโมยเด็กคนนั้นไปจากคุณ..

ถ้าลองหันกลับไปมองตัวเองในกระจกตอนนี้ .

เราอาจจะเห็นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เก่งขึ้นมาก

เก่งจนแทบไม่มีอะไรให้ต้องกังวล เป็นคนที่พยายามวิ่งไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง

เพื่อไขว่คว้าอนาคต เร่งรีบเติบโต และแบกความคาดหวังเอาไว้เต็มบ่า

จนบางครั้ง .

เราก็เผลอทำใครบางคนตกหล่นหายไปตามทาง

เด็กน้อยคนนั้นที่เคยมีความสุขง่ายๆ แค่ได้นั่งวาดรูปโง่ๆ บนกระดาษ หรือนั่งต่อเลโก้จิ๋วๆ ได้เป็นวัน

โดยไม่ต้องสนใจว่ามันจะทำเงินได้ไหม หรือมีประโยชน์ต่ออนาคตหรือเปล่า

เหนื่อยน่าดูเลยใช่ไหมครับ . กับการต้องทำตัวให้มีประโยชน์อยู่ตลอดเวลา

มันไม่แปลกเลยที่คุณจะรู้สึกว่างเปล่าลึกๆ แม้ว่าโปรไฟล์ในวันนี้จะดูดีแค่ไหนก็ตาม

เพราะในระลอกคลื่นของการแข่งขันที่บีบให้เราต้องเก่งขึ้นเรื่อยๆ

.

เรามักจะเผลอเอา "ความสุขที่แท้จริง" ไปแลกกับ "ความสำเร็จที่สังคมต้องการ"

เราบอกตัวเองให้ทนอีกนิด เพื่ออนาคตที่ดีกว่า จนหลงลืมไปว่าหัวใจของเรา

ก็ต้องการการหล่อเลี้ยงในปัจจุบันเหมือนกัน

การกลับไปทำสิ่งที่รักในวัยเด็ก ไม่ใช่เรื่องไร้สาระของคนไม่รู้จักโต .

แต่มันคือการกลับไปเชื่อมต่อกับส่วนที่บริสุทธิ์ที่สุดในใจเราอีกครั้ง

มันคือการบอกตัวเองว่า ไม่เป็นไรนะ วันนี้ไม่ต้องเก่งตลอดเวลาก็ได้

ปล่อยให้ตัวเองได้เล่น ได้หัวเราะ และได้มีความสุขกับสิ่งตรงหน้าเพียงเพื่อความสุขจริงๆ บ้าง .

เพราะหัวใจที่ได้รับการเติมเต็มจากสิ่งเล็กๆ ในวันวาน คือพลังงานที่อบอุ่นที่สุด

ในการพาเราเดินหน้าต่อในฐานะผู้ใหญ่

.

ลองใจดีกับตัวเอง แล้วอนุญาตให้เด็กคนนั้นกลับมาวิ่งเล่นในใจอีกครั้งดูนะครับ

แล้วความสุขหรือความฝันในวัยเด็กของคุณล่ะครับคืออะไร?

บางทีการได้ลองพิมพ์แบ่งปันเรื่องราวเหล่านั้นลงในคอมเมนต์ด้านล่างนี้

อาจเป็นก้าวแรกที่ช่วยปลุกเด็กน้อยที่กำลังหลับใหลในใจคุณให้กลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง หรือหากข้อความนี้

ทำให้คุณคิดถึงใครบางคนที่กำลังตั้งใจเติบโตจนเหนื่อย ลองส่งต่อความห่วงใยนี้ไปถึงเขา

เผื่อว่ามันจะช่วยเตือนให้เขาได้หยุดพักซักนิด และกลับไปยิ้มกับสิ่งเล็กๆ ที่เคยรักดูครับ :)

#smindheal #ความสุขในวันวาน #อนุญาตให้ตัวเองพัก #SMINDclinic

5/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะที่เคยผ่านช่วงเวลาที่ต้องเจอกับความคาดหวังสูงและการแข่งขันหนักหน่วงในชีวิตผู้ใหญ่ ผมเข้าใจดีว่าการวิ่งไล่ตามความสำเร็จนั้นเหน็ดเหนื่อยขนาดไหน บางครั้งเราอาจลืมไปว่ามีเด็กน้อยคนหนึ่งที่เคยเต็มไปด้วยความสุขและความฝันเล็กๆ ในใจที่ตอนนี้อาจถูกมองข้ามไปอย่างไม่ตั้งใจ ผมเองเคยอยู่ในช่วงเวลาที่ทำงานหนักมากจนลืมเรื่องราวที่ทำให้ใจเรามีความสุขจริงๆ พยายามผลักดันตัวเองให้เก่งขึ้นเพราะคิดว่าต้องเป็นแบบนั้นเพื่ออนาคต แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งก็รู้สึกว่างเปล่าและเหนื่อยใจลึกๆ จึงเริ่มหันกลับไปหา "สิ่งเล็กๆ" ที่เคยชอบทำในวัยเด็ก เช่น การวาดรูป หรือเล่นของเล่นเลโก้เล็กๆ ที่ไม่เกี่ยวกับรายได้หรือผลงานเพื่ออนาคตเลย การได้ทำสิ่งเหล่านั้นในเวลาว่าง กลับทำให้ใจได้พัก และมีพลังที่จะตั้งใจลุยต่อในฐานะผู้ใหญ่ได้อย่างมั่นคงขึ้น คำถามที่ว่า "คุณได้ทำในสิ่งที่รักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่" จากคลินิกสุขภาพใจ S MIND ทำให้ผมกลับมาตั้งคำถามกับตัวเอง โดยเฉพาะในวันที่เร่งรีบและแบกภาระมากมาย ถ้าเรายังไม่หยุดพักและเชื่อมต่อกับความสุขแบบเด็กในใจ อาจทำให้เราหลงทางและเผลอแลกความสุขแท้จริงกับความสำเร็จที่สังคมคาดหวัง ผมจึงอยากแนะนำให้ทุกคนลองให้โอกาสตัวเองได้หยุดพักและทำสิ่งที่รักเหมือนวัยเด็กบ้าง เช่น ลองวาดรูป เล่นของเล่น หรืออะไรก็ตามที่ตรงกับความสุขในวันวานจริงๆ เพราะนี่คือการเติมเต็มพลังใจที่ดีที่สุด ช่วยให้เราเดินหน้าต่ออย่างมีความสุขและไม่หลงลืมตัวตนที่แท้จริงของเรา ถ้าใครกำลังรู้สึกเหนื่อยเกินไป ลองเขียนเล่าความสุขในวัยเด็กหรือสิ่งที่อยากทำจริงๆ ลงในคอมเมนต์บ้าง นี่อาจเป็นก้าวแรกที่จะปลุกเด็กน้อยคนนั้นในใจคุณให้กลับมายิ้มได้อีกครั้ง หรือถ้าข้อความนี้ทำให้คุณนึกถึงใครที่กำลังเครียดและเหนื่อย ลองส่งต่อความห่วงใยนี้ให้เขา เพื่อเป็นกำลังใจและเตือนให้นึกถึงความสุขง่ายๆ ที่เคยมีในวันวาน ในยุคที่ความสำเร็จและการแข่งขันถูกมองเป็นเรื่องหลัก แต่การดูแลสุขภาพใจและการอนุญาตให้ตัวเองพักจริงๆ ก็เป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้กัน ขอบคุณบทความนี้ที่เตือนใจเราให้ไม่ลืมเด็กน้อยในใจและสร้างพลังบวกที่แท้จริงในชีวิตผู้ใหญ่