คุณเป็นคนแบบไหน???📝✍🏻

คุณเป็นคนแบบไหน????🤔🤔🤔

ผู้ให้ ผู้รับแบบเห็นแก่ได้ หรือผู้แลกเปลี่ยน🔖🔖🔖

“วิธีที่เราปฏิบัติต่อผู้อื่น อาจเป็นตัวกำหนดความสำเร็จในชีวิตมากกว่าความสามารถที่เรามี”

ลองสังเกตคนรอบตัวดู

บางคนพร้อมยื่นมือช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ แม้ไม่ได้อะไรตอบแทน

บางคนมองทุกความสัมพันธ์ผ่านคำถามว่า “ฉันจะได้อะไรจากเรื่องนี้”

ขณะที่บางคนเชื่อว่าความสัมพันธ์ที่ดีควรมีความสมดุล ให้เท่าที่ได้รับ และรับเท่าที่ให้

แม้คนเหล่านี้จะอยู่ในสังคมเดียวกัน ทำงานในองค์กรเดียวกัน หรือใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางผู้คนแบบเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ที่พวกเขาได้รับจากชีวิตกลับแตกต่างกันอย่างน่าประหลาด

จากการศึกษาของนักจิตวิทยาและนักเขียนชื่อดัง Adam Grant ในหนังสือ Give and Take เขาพบว่า มนุษย์ส่วนใหญ่มีแนวโน้มพฤติกรรมหลักอยู่ 3 รูปแบบ ได้แก่ ผู้ให้ ผู้รับแบบเห็นแก่ได้ และผู้แลกเปลี่ยน

การรู้ว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มใด ไม่ได้มีไว้เพื่อแบ่งคนเป็นคนดีหรือคนไม่ดี แต่ช่วยให้เราเข้าใจแรงจูงใจของตัวเอง และมองเห็นจุดแข็งจุดอ่อนที่อาจส่งผลต่อชีวิตในระยะยาว

ผู้ให้ : คนที่สร้างคุณค่าให้ผู้อื่น 🎁🎁🎐🎐🎐📍

ผู้ให้คือคนที่มักคิดว่า

“ฉันจะช่วยเขาได้อย่างไร”

พวกเขาเต็มใจแบ่งปันความรู้ เวลา ประสบการณ์ หรือโอกาสให้กับคนรอบตัว

ผู้ให้มักเป็นคนที่เพื่อนนึกถึงเมื่อมีปัญหา เป็นคนที่พร้อมสนับสนุนผู้อื่น และเป็นคนที่สร้างความอบอุ่นให้กับความสัมพันธ์

ข้อดีของผู้ให้คือ พวกเขาสร้างความไว้วางใจได้ง่าย และมักได้รับความรักจากผู้คนรอบข้าง

แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ให้จำนวนไม่น้อยกลับรู้สึกเหนื่อยล้า ผิดหวัง หรือถูกเอาเปรียบ

เพราะพวกเขาให้มากจนลืมดูแลตัวเอง

บางคนช่วยทุกคนจนไม่มีเวลาให้ตัวเอง

บางคนไม่กล้าปฏิเสธเพราะกลัวทำให้คนอื่นไม่พอใจ

และบางคนยอมเสียสละอยู่เสมอ จนความสัมพันธ์กลายเป็นภาระมากกว่าความสุข

ผู้ให้จึงไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จเสมอไป

แต่ก็ไม่ใช่คนที่ล้มเหลวเสมอไปเช่นกัน

ความแตกต่างอยู่ที่การรู้จักกำหนดขอบเขตของการให้

ผู้รับแบบเห็นแก่ได้ : คนที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตนเองเป็นอันดับแรก 🔬🔭🔮

คนกลุ่มนี้มักมองโลกผ่านคำถามว่า

“ฉันจะได้อะไรจากเรื่องนี้”

พวกเขาไม่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นเพราะต้องการช่วยเสมอไป

แต่จะประเมินก่อนว่าผลลัพธ์ที่ได้รับคุ้มค่าหรือไม่

คนประเภทนี้มักชอบได้รับการยอมรับ ชอบได้รับเครดิต และมักให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าของตัวเองมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม

ในระยะสั้น พวกเขาอาจดูเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ

เพราะกล้าต่อรอง กล้าคว้าโอกาส และกล้าผลักดันตัวเอง

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนมักเริ่มมองเห็นรูปแบบพฤติกรรมที่เน้นผลประโยชน์ส่วนตนมากเกินไป

ความไว้วางใจค่อย ๆ ลดลง

และความสัมพันธ์ที่เคยช่วยสนับสนุนก็อาจค่อย ๆ หายไป

ในที่สุด สิ่งที่สูญเสียอาจมีค่ามากกว่าผลประโยชน์ที่ได้รับเสียอีก

ผู้แลกเปลี่ยน : คนที่เชื่อในความสมดุล 🛋️🧬🔮

ผู้แลกเปลี่ยนเชื่อว่า

“ฉันจะปฏิบัติต่อคุณในแบบที่คุณปฏิบัติต่อฉัน”

หากได้รับความช่วยเหลือ พวกเขาจะรู้สึกอยากตอบแทน

หากได้รับความจริงใจ พวกเขาก็พร้อมมอบความจริงใจกลับไป

คนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับความยุติธรรมและความสมดุลในความสัมพันธ์

พวกเขาไม่ชอบการเอาเปรียบ และไม่ชอบเป็นฝ่ายเสียเปรียบเช่นกัน

ข้อดีคือ พวกเขามักรักษาความสัมพันธ์ได้อย่างมั่นคง

แต่ข้อเสียคือ บางครั้งการคำนวณว่าใครให้มากกว่าหรือน้อยกว่า อาจทำให้ความสัมพันธ์ขาดความอบอุ่นและความเป็นธรรมชาติ

แล้วใครประสบความสำเร็จมากที่สุด?🏆🏆🏆

นี่คือข้อค้นพบที่น่าสนใจที่สุดของหนังสือ Give and Take

หลายคนคิดว่าผู้รับแบบเห็นแก่ได้ควรเป็นคนที่ประสบความสำเร็จที่สุด เพราะพวกเขาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ให้ตัวเองอยู่เสมอ

แต่ผลการศึกษากลับพบว่า คนที่อยู่สูงที่สุดและต่ำที่สุดในด้านความสำเร็จ กลับเป็นคนกลุ่มเดียวกัน

นั่นคือ “ผู้ให้”

ผู้ให้ที่ล้มเหลว คือคนที่ให้ทุกคนจนไม่เหลืออะไรให้ตัวเอง

ส่วนผู้ให้ที่ประสบความสำเร็จ คือคนที่ช่วยเหลือผู้อื่นอย่างมีสติ รู้จักปฏิเสธเมื่อจำเป็น และไม่ปล่อยให้ใครใช้ประโยชน์จากความใจดีของตน

กล่าวอีกนัยหนึ่ง

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การเป็นผู้ให้

แต่อยู่ที่การให้โดยปราศจากขอบเขตต่างหาก

แล้วคุณล่ะ เป็นคนแบบไหน?

ความจริงแล้ว มนุษย์ไม่ได้อยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งตลอดเวลา

เราอาจเป็นผู้ให้กับครอบครัว

เป็นผู้แลกเปลี่ยนในที่ทำงาน

และบางครั้งก็อาจกลายเป็นผู้รับแบบเห็นแก่ได้โดยไม่รู้ตัว

สิ่งสำคัญไม่ใช่การติดป้ายให้ตัวเอง

แต่คือการตระหนักรู้ว่าเรากำลังใช้ชีวิตด้วยแรงจูงใจแบบใด

เพราะเมื่อเราเข้าใจตัวเองมากขึ้น เราก็จะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น และตัดสินใจได้อย่างสอดคล้องกับคุณค่าที่แท้จริงของตัวเอง

สุดท้ายแล้ว…..✍🏻✍🏻✍🏻📝📝📝

ความสำเร็จที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการเอาชนะคนอื่นเสมอไป

หลายครั้งมันเกิดจากความสามารถในการสร้างคุณค่าให้กับผู้คนรอบตัว โดยไม่ละทิ้งคุณค่าของตัวเอง

จงเป็นผู้ให้ที่มีขอบเขต

จงเป็นผู้รับที่รู้จักขอบคุณ

และจงเป็นผู้แลกเปลี่ยนที่ไม่ลืมความเมตตา

เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน คนที่เข้าใจศิลปะของการให้และการรับอย่างสมดุล มักเป็นคนที่ได้รับทั้งความสำเร็จและความสุขไปพร้อมกัน

หาอ่านอย่างละเอียดได้ที่….👇👇👇📖📖📖

https://collshp.com/ailynn.s?linkId=35542379&view=storefront

👇👇👇📖📖📖

https://collshp.com/ailynn.s?linkId=35542415&view=storefront

#book #quotes

#จิตวิทยา #ข้อคิด#หวังว่าจะมีประโยชน์กับทุกคนนะคะ

6/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าการเข้าใจตัวเองว่าเป็นผู้ให้ ผู้รับ หรือผู้แลกเปลี่ยน มีความสำคัญมากในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและยั่งยืนในชีวิตและการทำงาน ในช่วงเวลาหนึ่ง ผมเคยเป็นผู้ให้ที่ตัดสินใจช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่คำนึงถึงขอบเขตตัวเอง จนในที่สุดเกิดความเหนื่อยล้าและความรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ ทำให้เริ่มตั้งคำถามว่าความใจดีที่ไม่มีขอบเขตนั้นส่งผลเสียไหม แต่เมื่อได้เรียนรู้แนวคิดจากหนังสือ Give and Take ที่พูดถึงการเป็นผู้ให้ที่มีสติและรู้จักกำหนดขอบเขตในการช่วยเหลือ ผมจึงเริ่มปรับวิธีการให้ เช่น การปฏิเสธอย่างสุภาพเมื่อไม่สามารถช่วยได้ หรือเลือกให้กับคนที่เหมาะสมและมีความตั้งใจจริง ทำให้รู้สึกว่าการให้ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นการสร้างคุณค่าและความสัมพันธ์ที่แท้จริง นอกจากนี้ การเป็นผู้แลกเปลี่ยนก็ช่วยให้สร้างสมดุลในความสัมพันธ์ได้ดี เพราะเมื่อเราได้รับความช่วยเหลือ เราก็รู้สึกอยากตอบแทนอย่างจริงใจ ทำให้ความสัมพันธ์มีความยุติธรรมและยั่งยืน แม้บางครั้งเราจะต้องเป็นผู้รับ ซึ่งถ้าเรายอมรับอย่างมีคุณธรรม รู้จักขอบคุณ และไม่เอาเปรียบผู้อื่น ก็จะช่วยส่งเสริมการสร้างเครือข่ายที่ดีต่อกัน สุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญคือการตระหนักรู้ตัวเองว่าเราอยู่ในบทบาทไหนในแต่ละสถานการณ์ และรู้จักปรับตัวให้เหมาะสมกับบริบท เพื่อให้ได้ทั้งความสำเร็จและความสุขในชีวิตและความสัมพันธ์รอบตัว