Automatically translated.View original post

Cheese pie.🧡

Giveaway recipe for cheese pie

Raw materials:

- Crusher cracker = 45g

- Melted salted butter = 15g

- Cream cheese = 62.5g

- icing sugar = 12g

- Corn flour = 1.2g

- Lyon meat / = 50g

- Yolk. Number 2 = 0.5 eggs. Half eggs.

- Whipped cream = 31ml

Steps to do:

(1) Crackers and butter. Melt each butter together. Put in a prepared container and refrigerate.

(2) Egg yolk, icing, flour, mixed, set aside, whip to boil just enough to warm

Mix the eggs (2), add the mong (which is chopped thoroughly), mix with the light, soften until thickened, pour in the container, remove the bag and put it in the cupboard (3)

Whisk the cream cheese. Mix it with (3). Mix it, finish pouring on chilled crackers, place the meat gooseberry on top.

# Cheese pie # You are close # Cheese pie # Snacks don't need an oven

3/5 Edited to

... Read moreการใช้มะยงชิดในขนมอย่างชีสพายถือเป็นแนวทางใหม่ในการนำผลไม้ไทยมาประยุกต์กับขนมสไตล์ตะวันตกที่ได้รับความนิยมอย่างชีสพาย โดยเนื้อมะยงชิดมีรสชาติหวานอมเปรี้ยวและเนื้อนุ่มพอดี เมื่อนำมาผสมผสานกับความเข้มข้นของครีมชีส และความกรุบกรอบของแครกเกอร์บดที่ผสมกับเนยเค็ม จะได้รสชาติที่กลมกล่อมลงตัวอย่างที่หาไม่ได้ง่ายๆ จากชีสพายทั่วไป สำหรับคนที่ไม่มีเตาอบ สูตรนี้ใช้การแช่เย็นเพื่อเซ็ตตัวเนื้อชีสพาย จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่อยากทำขนมทานเองที่บ้านง่ายๆ และรวดเร็ว การทำวิปปิ้งครีมให้ร้อนอุ่นๆ แล้วผสมกับไข่แดง น้ำตาลไอซิ่งและแป้งข้าวโพด ช่วยให้เนื้อครีมข้นเนียนและไม่แข็งจนเกินไป อีกทั้งเพิ่มความนุ่มละมุนของชีสพาย หากใครลองใช้สูตรนี้ แนะนำให้เลือกมะยงชิดที่สุกพอดี ไม่แข็งหรือเละเกินไป เพราะจะให้รสชาติและความหอมที่ดีที่สุด นอกจากนี้การใช้เนยเค็มแทนเนยจืดในฐานแครกเกอร์ยังเพิ่มมิติรสเค็มนิดๆ สร้างความน่าสนใจให้กับชีสพายทั้งหมด หากมีเวลา สามารถเพิ่มมะยงชิดหั่นเป็นชิ้นบางๆ วางด้านบนเพื่อความสวยงามและรสชาติที่เข้มข้นขึ้น จากประสบการณ์ การทำมะยงชิดชีสพายแบบนี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นทำขนม และยังเหมาะเป็นของหวานสำหรับรับแขกในโอกาสพิเศษ เพราะไม่ซับซ้อนและได้รสชาติผลไม้ไทยชัดเจน เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์ขนมไทยสไตล์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจอย่างมาก