Automatically translated.View original post

How to take care of yourself on a tired day 🌸

▪️ sometimes sitting quietly and relieving your mind is the best rest.

▪️ if you want to cry... let the tears get lighter.

▪️ try to go out for a walk or hang out alone. Reinvigorate the heart.

▪️ put the work aside, put the problem first, and turn to the small things that make you smile.

▪️ write down a packed feeling as a letter and feel lighter.

▪️ to get confused, let's go back to the beginning of what we really wanted.

▪️ order the important things and cut out the things that aren't ours... don't carry everything.

▪️ tell yourself, "What passed... let it pass," because repeated regrets don't help.

▪️ explore yourself. Have we given us enough time to rest?

💗 tired, but don't forget to rest, because you are the most important to you.

# SomHappyGirl # Can take some rest # Our heart is important # Heal heart # Mental health

2025/9/18 Edited to

... Read moreในวันที่เหนื่อยล้า บางทีเราไม่ได้ต้องการ “คำแนะนำยิ่งใหญ่” แค่ต้องการพื้นที่ให้ตัวเองหายใจได้เต็มปอด ฉันเคยเป็นคนที่พอเหนื่อยก็จะพยายามทำให้เสร็จให้หมดก่อนค่อยพัก สุดท้ายกลายเป็นพักไม่ลงและรู้สึกผิดตลอด เลยเริ่มตั้ง “กติกาเล็กๆ” ให้ตัวเอง เพื่อไม่ให้ใจพังไปมากกว่านี้ 1) เช็กสัญญาณเหนื่อยล้าของตัวเองให้ทัน ฉันจะสังเกต 3 อย่าง: หงุดหงิดง่าย น้ำตาคลอแบบไม่รู้สาเหตุ และสมาธิสั้น ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งโผล่มา ฉันจะถือว่าเป็นสัญญาณเตือนว่า “ต้องพักแล้ว” ไม่ต้องรอให้ล้มก่อนค่อยพัก 2) พักแบบสั้นๆ แต่ได้ผล (10–15 นาที) ถ้าไม่มีเวลาหยุดยาว ฉันใช้วิธีพักสั้นๆ เช่น ปิดหน้าจอ วางโทรศัพท์ นั่งเงียบๆ หรือหลับตาฟังเสียงรอบตัว 10 นาที บางครั้งแค่นี้ก็เหมือนชาร์จแบตให้หัวใจได้จริง 3) “ร้องไห้ได้” แล้วตามด้วยการดูแลตัวเอง ตอนที่ปล่อยให้ร้อง ฉันจะเตรียมน้ำอุ่น/ผ้าเย็นไว้ แล้วพูดกับตัวเองเบาๆ ว่า “โอเคนะ เหนื่อยได้” ร้องเสร็จไม่ต้องรีบลุกไปทำอะไรต่อทันที ให้เวลาตัวเองอีกนิด แล้วค่อยขยับ 4) เดินเล่นคนเดียวแบบไม่ต้องมีเป้าหมาย ฉันชอบเดินในที่มีแสงแดดอ่อนๆ หรือไปซื้อของใกล้บ้านแบบชิลๆ ไม่ต้องเที่ยวไกล การขยับร่างกายเบาๆ ทำให้ความคิดที่ตีกันในหัวค่อยๆ เบาลง 5) เขียนระบายให้ชัดว่า “เหนื่อยเพราะอะไร” ฉันใช้คำถาม 3 ข้อ: ตอนนี้กังวลอะไรที่สุด? อะไรที่ควบคุมไม่ได้? วันนี้ทำอะไรเล็กๆ เพื่อช่วยตัวเองได้บ้าง? แค่เขียนออกมาก็ทำให้เห็นปมชัดขึ้น และใจโล่งขึ้นจริง 6) จัดลำดับสิ่งสำคัญแบบ 1–3 ข้อพอ ในวันที่เหนื่อยล้า ฉันจะเลือกทำแค่ 1–3 เรื่องสำคัญที่สุด แล้วที่เหลือ “เลื่อนได้ก็เลื่อน” เพราะเราไม่จำเป็นต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียว 7) วางงาน วางปัญหา ด้วยประโยคสั้นๆ ประโยคที่ช่วยฉันมากคือ “เดี๋ยวค่อยกลับมาคิด” ฟังดูง่าย แต่เป็นการให้สมองหยุดวน และยอมให้ตัวเองพักจริงๆ 8) เติมพลังด้วยสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้ยิ้มได้ บางวันฉันแค่นอนพักให้พอ ชงเครื่องดื่มอุ่นๆ ดูรูปแมวน่ารักๆ หรือจัดโต๊ะให้โล่งขึ้นนิดเดียว สิ่งเล็กๆ เหล่านี้ช่วยดึงใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน 9) ถ้าเหนื่อยล้าต่อเนื่อง อย่าฝืนคนเดียว ถ้าอาการลากยาวจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ หรือหมดแรงใจบ่อยๆ ฉันจะคุยกับคนไว้ใจ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะการขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความอ่อนแอ สุดท้ายอยากบอกว่า ในวันที่เหนื่อยล้า เราไม่ต้องเก่งตลอดก็ได้ แค่ค่อยๆ ดูแลตัวเองทีละนิด—นั่งเงียบๆ ร้องไห้ได้ เดินเล่นได้ เขียนระบายได้—แล้วใจจะค่อยๆ เบาขึ้นเอง