"แม่ทัพกุ้ง" หรือ "พลเอกบุญสิน พาดกลาง" อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เข้ากราบ "หลวงปู่ศิลา" ณ วัดสวนธรรมปีติ เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2569 เพื่อรับเครื่องอัฐบริขารและกราบลาบวช 1 พรรษา เพื่อระลึกถึงและตั้งใจบวชอุทิศส่วนกุศลให้เหล่าทหารกล้าที่สละชีพเพื่อชาติจากการปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย ขอร่วมอนุโมทนาบุญด้วยนะคะ
เมื่ออ่านเรื่องราวของ แม่ทัพกุ้ง หรือ พลเอกบุญสิน พาดกลาง ที่ได้ตัดสินใจลาบวช 1 พรรษา เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้เหล่าทหารกล้าที่สละชีพในการปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย ผมรู้สึกถึงความหนักแน่นและความตั้งใจลึกซึ้งที่อยู่เบื้องหลังการวางดาบของหนึ่งในแม่ทัพระดับสูง ในชีวิตการเป็นทหาร โดยเฉพาะตำแหน่งแม่ทัพที่ต้องเผชิญการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคน ต้องแบกรับความเครียดและความกดดันอย่างมาก การเลือกบวชถือเป็นช่วงเวลาที่ให้โอกาสได้ชำระจิตใจ ให้อภัยกับความยากลำบากในอดีต และนำพาความสงบสุขกลับสู่ใจ ผมได้ศึกษาข้อมูลจากเหตุการณ์ทางชายแดนที่ท่านแม่ทัพกุ้งได้ปกป้องและเสียสละเพื่อปกป้องดินแดนและประชาชน หลายชีวิตต้องสูญเสียไปเพื่อรักษาเสรีภาพของประเทศ ซึ่งการบวชในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การละทิ้งยศถาบรรดาศักดิ์ แต่เป็นการสืบทอดความกตัญญูและศรัทธาในความดีงามผ่านการปฏิบัติธรรมอย่างเข้มข้น สิ่งนี้ทำให้ผมนึกถึงคำว่า "จากสนามรบสู่ผ้าเหลือง" ที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงจากชีวิตที่อยู่บนความร้อนแรงของสงคราม ไปสู่การใฝ่ใจในความสงบและการชำระใจ นอกจากนี้ การบวชเพื่อไถ่บาปและอุทิศส่วนกุศลยังเป็นพลังบวกที่ทำให้บ้านเมืองชาติบ้านเมืองมีโอกาสเกิดความสงบสุขอีกครั้ง ผมขอเชิญชวนทุกท่านร่วมอนุโมทนาบุญกับแม่ทัพกุ้งในครั้งนี้ และเสริมสร้างความเชื่อมโยงกับผู้เสียสละเพื่อชาติ ผ่านการตระหนักถึงคุณค่าของสันติภาพและความรักชาติ การบวช 1 พรรษาเช่นนี้ถือเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่และทรงคุณค่าที่ช่วยให้นักรบผู้กล้าได้พักผ่อนจิตใจ พร้อมนำพาพลังบวกกลับสู่สังคมทุกคนในที่สุด

























