เค้กบลูเบอร์รี่โยเกิร์ต

สูตรอาหาร

🥦วัตถุดิบ-ส่วนผสม:

โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 4 ถ้วย

แป้งข้าวโพด 60 กรัม

น้ำตาลทรายแดง 30 กรัม

ไข่ไก่ 4 ฟอง

กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา

🥘อุปกรณ์ทำอาหาร:

ชามผสม

ตะกร้อตีมือ

ที่ร่อนแป้ง

🍳ขั้นตอนการทำ:

ตอกไข่ 4 ฟองลงไม่ต้องแยกไข่ขาวไข่แดงใส่ไปเลย หลังจากนั้นใส่น้ำตาลลงไปคนให้เข้ากันแล้วเติมกลิ่นวานิลาลงไป เมื่อวัตถุดิบเข้ากันทุกอย่างแล้วใส่โยเกิร์ตลงไปคนให้เข้ากันและร่อนแป้ง ใส่บลูเบอรี่ลงไป และท็อปปิ้งด้วยบลูเบอรี่ อบไฟบนล่าง 180 องศา แล้วแต่เตาอบของแต่ละบ้าน

👍🏻คำแนะนำ:

ถ้าอยากให้หน้าไหม้นิดหน่อยแนะนำอบไปสักพักแล้วก็เปิดแต่ไฟบนซัก 10 นาทีแล้วก็กลับมาเปิดไฟบนล่างอบตาม ดูจนเซ็ตตัวแล้วก็เอาออกมาพักไว้หลังจากนั้นนำเข้าตู้เย็นบอกเลยว่าอร่อยฟินมากจ้ะ

#เค้กบลูเบอร์รี่ #บลูเบอรี่โยเกิร์ต #ติดเทรนด์ #ครัวแม่โซ

กรุงเทพมหานคร
4/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ได้ลองทำเค้กบลูเบอร์รี่โยเกิร์ตนี้หลายครั้ง พบว่าการใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความนุ่มของเนื้อเค้กได้เป็นอย่างดี แถมยังให้รสเปรี้ยวตัดกับความหวานของน้ำตาลทรายแดงได้อย่างลงตัว สำหรับขั้นตอนการอบ การตั้งอุณหภูมิที่ 180 องศาเซลเซียสถือว่าเหมาะสม แต่เตาอบแต่ละบ้านอาจให้ผลลัพธ์แตกต่างกัน ผมแนะนำให้ลองอบด้วยไฟบนล่างก่อนประมาณ 30 นาที แล้วเปิดไฟบนอย่างเดียวอีก 10 นาที เพื่อให้หน้าเค้กเกิดสีทองสวยและหน้าขนมติดไหม้นิดๆ ช่วยเพิ่มรสสัมผัสที่น่าประทับใจ การเลือกใช้บลูเบอร์รี่สดหรือแช่แข็งก็ส่งผลต่อรสชาติและเนื้อสัมผัส หากใช้บลูเบอร์รี่แช่แข็ง ควรละลายน้ำแข็งและซับน้ำก่อนนำลงผสมในเนื้อเค้ก เพื่อป้องกันเค้กเละ หรือเปียกจนเกินไป หากอยากเพิ่มความแตกต่างให้เค้กนี้ คุณอาจลองเพิ่มถั่วบดบางส่วน เช่น วอลนัท เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสกรุบกรอบ หรือโรยด้วยผงน้ำตาลไอซิ่งก่อนเสิร์ฟเพื่อความสวยงามและรสชาติที่กลมกล่อมมากขึ้น สุดท้าย แนะนำให้เค้กเย็นก่อนเสิร์ฟ โดยนำเข้าตู้เย็นหลังจากพักให้เย็นสนิทแล้ว จะช่วยให้เนื้อเค้กเซ็ตตัวและรสชาติของโยเกิร์ตกับบลูเบอร์รี่ผสมผสานกันดีขึ้น ทำให้ฟินทุกครั้งที่ได้กินเค้กรสชาตินี้จริงๆครับ

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Singha
Singha

ฝันดีราตรีสวัสดิ์ครับ❤️