ไม่คิดว่าจะโดนคนดูถูกว่า “หน้าอย่างนี้ทำได้หรอ”

ขอเกรินก่อนว่า ย้อนกลับไป ตอนนั้นคือเราเพิ่งเริ่มเขียนบทความให้กับ website เอชีย เว็บหนึ่ง แล้วบังเอิญไปงานเพื่อนทำบุญบ้าน มีหัวหน้าเพื่อนมาด้วย แล้วเขาถามว่าเราทำงานอะไร ก็บอกไปว่าเป็น content writer ให้กับบริษัท…..ที่ลงงานเขียนได้หลากหลาย แต่เขากลับมองว่า เราต้องทำเรื่องความสวยความงามแน่เลย ซึ่งเราก็ไม่ใช่คนสวยอะไรมากตอนนั้น เขาเลยถามเราว่า หน้าตาแบบนี้ “ทำได้หรอ“ ด้วยมารยาทที่ดี เราเลยตอบไปว่าทำสายบันเทิง และไลฟ์สไตล์ทั่วไปค่ะ ถึงจะสตั้น แต่ก็นำคำพูดเขามาปรับปรุงตัวเอง ไม่เอามาบั่นทอนจิตใจ เพราะเราเป็นคนหาเงินไม่ใช่เขาและไม่ได้ทำงานกับเขา

บางครั้งคำสบประมาทหรือดูถูกก็เปลี่ยนเป็นแรงขับเคลือนให้เราก้าวต่อไปได้ค่ะ

เราอยากแชร์มุมมองและวิธีรับมือดังนี้นะคะ

1️⃣ “คนพูด พูดแล้วลืม แต่คนฟังจำตลอด”

หลายครั้งคนที่พูดอะไรแรง ๆ ใส่เรา เขาอาจไม่ได้คิดมาก หรือพูดแล้วก็ลืมไปแล้ว แต่คนที่รับฟังกลับเก็บคำพูดนั้นไว้ในใจนานมาก บางทีอาจเป็นปี ๆ เลย นี่ทำให้เห็นว่า คำพูดมีพลังมาก ทั้งด้านดีและด้านลบ

2️⃣ การเลือก “ไม่เอามาเครียด” คือพลังอย่างหนึ่ง

การปล่อยวางไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ แต่คือการ เลือกไม่ให้คำพูดของคนอื่นควบคุมความรู้สึกเรา เรายังจำได้ แต่เราไม่ปล่อยให้มันทำร้ายเราเหมือนเดิม

3️⃣ เปลี่ยนบาดแผลเป็นแรงผลักดัน

หลายคนที่เคยโดน bully หรือถูกดูถูก พอเปลี่ยน mindset ได้ เขาจะใช้มันเป็นการพัฒนาตัวเอง สู้ไปด้วยกัน อย่าไปยอมแพ้คำดูถูกใครนะคะ

เพื่อน ๆ คนไหนเคยโดน bully และรับมืออย่างไร มาแนะนำเราเพิ่มได้นะคะ หรือมาแชร์ประสบการณ์กับเราได้ค่ะ

#บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง #รีวิวตัวเอง #โดนดูถูก #lemon8ไดอารี่

3/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการถูกมองต่ำหรือถูกดูถูกโดยเฉพาะเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกนั้น เป็นเรื่องที่หลายคนเจอไม่ว่าจะในวัยเรียนหรือการทำงานเองก็ตาม โดยเฉพาะในอาชีพอย่าง content writer ที่หลายคนอาจมองว่าต้องมีหน้าตาสวยงามเหมือนทำงานในสายความงามเท่านั้น จริงๆ แล้วสิ่งที่สำคัญมากกว่าหน้าตาคือความสามารถในการสื่อสาร การเขียน และความคิดสร้างสรรค์ จากประสบการณ์ที่ได้รับคำพูดดูถูกว่า “หน้าอย่างนี้ทำได้หรอ” เราได้เรียนรู้ว่าการตอบสนองต่อคำพูดเหล่านั้นไม่ควรปล่อยให้ทำร้ายจิตใจหรือเบี่ยงเบนความมั่นใจของเรา ความจริงแล้วคำพูดเหล่านั้นสะท้อนความคิดจำกัดของผู้พูด ไม่ใช่ตัวเราเอง วิธีที่เราใช้ในการรับมือคือการเปลี่ยนจุดด้อยหรือคำสบประมาทให้เป็นแรงผลักดัน เช่นเดียวกับที่ได้แชร์ไปในบทความว่า คำพูดของคนอื่นนั้นพูดแล้วอาจลืม แต่คนฟังจะจดจำเสมอ ดังนั้นเราควรเลือกอย่างมีสติเพื่อไม่ให้คำพูดแย่ ๆ เหล่านั้นครอบงำจิตใจ อีกส่วนสำคัญคือการมี mindset ที่เปลี่ยนแปลงได้ เช่น การไม่เอาคำพูดเหล่านั้นมาเป็นภาระทางจิตใจ ทำตัวสบาย ๆ และมีเป้าหมายชัดเจน ซึ่งส่งเสริมให้สามารถโฟกัสกับพัฒนาการในตัวเองได้ดีขึ้นมาก นอกจากนี้ หลายคนที่เคยถูก bully หรือถูกดูถูก ยังแบ่งปันว่าการหาแหล่งสนับสนุนใจ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัว หรือชุมชนออนไลน์ ช่วยให้สามารถรับมือกับคำดูถูกได้ดีขึ้น เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวในสถานการณ์เหล่านี้ การพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ช่วยให้เกิดกำลังใจและเห็นว่าความสำเร็จในชีวิตมิได้ถูกจำกัดด้วยรูปลักษณ์ภายนอก ท้ายที่สุดแล้ว ความสามารถและความตั้งใจจริงที่พิสูจน์ตัวเองได้ในงานที่ทำจะเป็นสิ่งที่ก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านั้นไปได้อย่างแท้จริง สิ่งนี้จะสร้างความมั่นใจในตัวเอง รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ใหม่ๆ ที่ดีต่อคนรอบข้างและสังคมโดยรวม หากใครได้อ่านบทความนี้และมีประสบการณ์การถูกดูถูกหรือได้รับคำวิจารณ์ในด้านรูปลักษณ์ ลองเปิดใจนำคำพูดเหล่านั้นมาเป็นบทเรียนและแรงผลักดันในการพัฒนาตัวเองดูนะคะ เราจะเก่งและแข็งแรงขึ้นได้จากรอยแผลเหล่านั้นแน่นอน

4 ความคิดเห็น

รูปภาพของ KM
KM

จริงๆคำพูดของคนอื่นไม่ได้สะท้อนตัวตนของเรา แต่สะท้อนตัวตนของผู้พูด 100%

รูปภาพของ Learned Leo
Learned Leo

เยี่ยมมากครับ 👍👍👍

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม