How to do from 57 to 48 kg?
Let me tell you that we are very small, but when we take hormone replacement, we are hungry, and we also have the heart until the weight has surged to 57 kilograms. We can't wear clothes. Pants have to buy new things, but now we can come back to the old stuff.
What do we do
1. We have five whole meals in the first meal.
2. Drink lots of water instead of sweet drinks for a long time.
3. Do not eat sweets, sweets, packets, fussy during the day, the cakes cut out at all, very long, gradually eat, and sweet candies do not like to eat, so do not be afraid.
4. Exercise gently, focus on wanting to reduce specially, and eat protein to get out gently because we have thin bone disease. Doctors are afraid of breaking.
Tell me this book definitely found the Poipang puppet.
How do friends lose weight?
ถ้าใครกำลัง “น้ำหนัก 57” แล้วอยากค่อยๆลดให้กลับมาใส่เสื้อผ้าเดิมได้ เราขอแชร์ทริคเพิ่มจากที่ทำอยู่ค่ะ (เป็นแนวประสบการณ์ส่วนตัว และพยายามทำแบบไม่หักโหม) 1) ตั้งเป้าหมายแบบย่อยๆ ไม่กดดัน ตอนเราเริ่มจากน้ำหนักพีคที่สุด 57 กก. ถ้าตั้งว่าจะต้องลงเร็วๆ จะเครียดและหลุดง่ายมาก เราเลยตั้งเป็น “ลดทีละ 0.5–1 กก./สัปดาห์” หรือบางช่วงแค่น้ำหนักนิ่งแต่สัดส่วนลดก็ถือว่าดีแล้ว แล้วค่อยเพิ่มความสม่ำเสมอแทน 2) มื้อแรก/มื้อเช้าให้แน่นจริง ไม่ใช่แน่นแป้ง ที่บอกว่ามื้อแรกต้องดี เราเพิ่มรายละเอียดให้เลย: เราจะพยายามให้มีโปรตีนก่อน (ไข่/อกไก่/ปลา/เต้าหู้) + ผัก + คาร์บพอดี (ข้าวกล้อง/มัน/ขนมปังโฮลวีต) เพราะถ้ามื้อแรกได้โปรตีนถึง ช่วงบ่ายจะหิวน้อยลงมาก และไม่อยากของหวานเท่าเดิม 3) วิธีลดน้ำหวานแบบไม่ทรมาน เราไม่ได้หักดิบทุกอย่าง แต่ใช้วิธี “ค่อยๆลดระดับหวาน” เช่น - ชานม/กาแฟ: จากปกติ → หวานน้อย → ไม่หวาน - เปลี่ยนเป็นน้ำเปล่า/โซดา/ชาไม่หวาน พอทำได้สักพัก ร่างกายชินเองและไม่ค่อยอยากกินหวานบ่อยๆ 4) ตัดขนมจุกจิกด้วยการมีของว่างที่ดีกว่า ช่วงแรกที่เลิกขนมซอง/เค้ก เราเตรียมของว่างไว้กันพัง เช่น โยเกิร์ตไม่หวาน, ผลไม้หวานน้อย (ฝรั่ง/แอปเปิล), ถั่วกำมือเล็กๆ หรือไข่ต้ม 1 ฟอง ช่วยให้ไม่เผลอหยิบขนมกรุบกรอบระหว่างวัน 5) ออกกำลัง “เบาๆแต่ทำบ่อย” เน้นจุดที่อยากลด ถ้าใครมีข้อจำกัดเรื่องกระดูก/ข้อเหมือนเรา แนะนำเลือกแบบแรงกระแทกต่ำ เช่น เดินเร็ว, ปั่นจักรยาน, ว่ายน้ำ, พิลาทิส/ยืดเหยียด หรือเวทท่าพื้นฐานแบบน้ำหนักเบา เน้นสม่ำเสมอ 3–5 วัน/สัปดาห์ วันละ 20–40 นาที ก็เห็นความต่างได้ค่ะ 6) โปรตีนให้ถึง + นอนให้พอ วันที่โปรตีนไม่ถึง เราจะหิวเร็วมากและอยากของหวานง่ายขึ้น ส่วนการนอน ถ้านอนน้อย น้ำหนักจะลงยากกว่าที่คิด เพราะหิวบ่อยและอยากกินจุกจิกกว่าเดิม สุดท้ายอยากบอกว่า จาก 57 → 48 กก. มันไม่ใช่วันเดียวสำเร็จ แต่เป็นการสะสม “วินัยเล็กๆ” ทุกวันค่ะ ใครกำลังเริ่มอยู่ ลองเลือกทำ 1–2 ข้อก่อน แล้วค่อยเพิ่มทีละนิด จะอยู่ได้นานกว่า
