โกวเจี้ยน"20 ปี ล้างแค้นก็ไม่สาย"

เรื่องราวของ โกวเจี้ยน ถือเป็นบทเรียนคลาสสิกของจีนในเรื่อง "ความอดทนอดกลั้นเพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่" ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในช่วงยุคชุนชิว

​เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่ออาณาจักรเย่ว์ของโกวเจี้ยน ทำสงครามต่ออาณาจักรอู๋ ที่นำโดยฟูไช โกวเจี้ยนถูกล้อมอยู่ที่เขาไคว่จีจนไม่มีทางเลือก เขาต้องยอมจำนนด้วยเงื่อนไขที่อัปยศที่สุดคือ

ต้องตกเป็นเชลยและไปเป็นคนรับใช้ในวังของศัตรู

และอาณาจักรเย่ว์ต้องกลายเป็นรัฐบรรณาการ

​ในช่วงที่อยู่เมืองอู๋ โกวเจี้ยนไม่ได้ถูกขังในคุกเฉยๆ แต่ถูกใช้งานอย่างหนักและถูกเหยียดหยามสารพัด

กษัตริย์ผู้สูงศักดิ์ต้องมากวาดคอกม้าและจูงม้าให้ศัตรู

มีตำนานเล่าว่า เมื่อฟูไชกษัตริย์เมืองอู๋ ล้มป่วย โกวเจี้ยนถึงขั้นยอม "ชิมอุจจาระ" ของฟูไชเพื่อวิเคราะห์อาการป่วยและทำนายว่าฟูไชจะหายดีในเร็ววัน การกระทำนี้ทำให้ฟูไชเชื่อสนิทใจว่าโกวเจี้ยน "ยอมสยบ" อย่างสิ้นเชิงแล้ว จึงยอมปล่อยตัวเขากลับเมืองเย่ว์

​เมื่อกลับมาถึงเมืองเย่ว์ แทนที่จะกลับไปเสวยสุขในวัง โกวเจี้ยนกลับเลือกใช้ชีวิตอย่างสมถะและทรมานตัวเองเพื่อไม่ให้ลืมความแค้น เขาสั่งให้เอาฟืนแข็งๆ มาปูนอนแทนที่นอนนุ่มๆ เพื่อให้ร่างกายรู้สึกเจ็บปวดและตื่นตัวอยู่เสมอ

อีกทั้งเขายังแขวนถุง "ดีสัตว์" (ที่มีรสขมจัด) ไว้ที่ประตูหรือเพดาน ก่อนจะกินข้าวหรือทำอะไร เขาจะเลียดีนั้นเพื่อให้รสขมติดลิ้น และถามตัวเองเสมอว่า "โกวเจี้ยน เจ้าลืมความอัปยศที่เมืองอู๋แล้วหรือยัง?"

​โกวเจี้ยนใช้เวลาซุ่มซ้อมกำลังพลและปฏิรูปบ้านเมืองนานถึง 20 ปี โดยใช้กลยุทธ์สำคัญ

เช่น ส่ง "ไซซี" หนึ่งในสี่ยอดหญิงงามของจีนไปมอมเมาฟูไช จนฟูไชลุ่มหลงไม่บริหารบ้านเมืองและระแวงขุนนางฝีมือดีของตัวเอง

มีการส่งส่วยเมล็ดพันธุ์พืชที่ผ่านการต้ม ซึ่งทำให้ปลูกไม่ขึ้นไปให้เมืองอู๋ ทำให้ปีต่อมาเมืองอู๋เกิดทุพภิกขภัย ประชาชนอดอยาก

​เมื่อเมืองอู๋อ่อนแอลงถึงขีดสุด และฟูไชประมาท โกวเจี้ยนก็นำทัพบุกเข้าโจมตีเมืองอู๋จนแตกพ่าย ฟูไชตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยความอัปยศ และโกวเจี้ยนก็ได้กลายเป็นหนึ่งใน "ห้าผู้นำที่ยิ่งใหญ่" ในยุคชุนชิว

​เกร็ดน่าคิด: ความใจสู้ของโกวเจี้ยนไม่ใช่แค่เรื่อง "แรงกาย" แต่คือ "แรงแค้นที่เปลี่ยนเป็นวินัย" เขาพิสูจน์ว่าชัยชนะที่ยิ่งใหญ่อาจไม่ได้มาจากการรบด้วยอารมณ์ในวันเดียว แต่มาจากการรอคอยนานนับสิบปี

#ประวัติศาสตร์จีน #สาระดีมีประโยชน์ #เทนร์วันนี้

2/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเฝ้ารอและวางแผนล้างแค้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทนสูงสุด และเรื่องราวของโกวเจี้ยนก็สอนเราหลายเรื่องเกี่ยวกับจิตใจมนุษย์และการใช้แรงแค้นให้เป็นพลังบวกมากกว่าที่คิด ในประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยพบคนที่เลือกจะแก้แค้นอย่างเร่งรีบและสุดโต่ง ซึ่งมักจะทำให้เสียใจในภายหลัง แต่โกวเจี้ยนกลับพิสูจน์ให้เห็นว่า สิ่งสำคัญคือการไม่ลืมเป้าหมายและมีวินัยกับตนเอง เหมือนที่เขาเลียถุงดีสัตว์ทุกวันเพื่อเตือนใจให้ไม่ลืมความอัปยศ และการทรมานตัวเองแบบสมถะเพื่อจุดประกายความมุ่งมั่นภายใน นอกจากนี้ กลยุทธ์ที่โกวเจี้ยนใช้ ยังแสดงให้เห็นว่าการล้างแค้นไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความรุนแรงทางกาย แต่ยังรวมถึงการรอบคอบและใช้กลยุทธ์ เช่น การส่งไซซีไปทำให้ฟูไชหลงใหล จนเขาละเลยอาณาจักรของตน นี่เป็นตัวอย่างที่ดีในการทำให้เห็นว่าการได้รับชัยชนะในชีวิตและการเมืองต้องใช้สมองและอดทน เรื่องนี้ยังทำให้ผมนึกถึงคำพูดที่ว่า “ความอดทนคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ” เพราะโกวเจี้ยนไม่เร่งรีบไล่ล้างแค้นจนเกินไป แต่ได้ใช้เวลานานถึง 20 ปี เพื่อเตรียมพร้อมทั้งกำลังพลและยุทธศาสตร์จนฟูไชล้มเหลวเอง สำหรับคนที่กำลังเผชิญกับความลำบากหรืออยากแก้แค้นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจ เป็นเรื่องช่วยเตือนให้รู้ว่าไม่ใช่ทุกเรื่องที่จะสำเร็จทันที และบางครั้งต้องอดทน ฝึกฝนตนเองอย่างสม่ำเสมอ การเปลี่ยนแค้นให้กลายเป็นแรงผลักดันและวินัยจะทำให้ผลลัพธ์ยั่งยืนและงดงามมากกว่าการตอบโต้แบบทันทีทันใด สุดท้ายนี้ เรื่องราวของโกวเจี้ยนยังเป็นแรงบันดาลใจให้เราทุกคน ทบทวนถึงความสำคัญของความอดทน การวางแผนที่รอบคอบ และการไม่ลืมเป้าหมายในชีวิต แม้ต้องรอคอยถึง 20 ปี หรือมากกว่านั้นก็ตาม