ซูสีไทเฮา ตอน 2เรียนรู้งานบริหาร
-จุดนี้ถือเป็น "หัวใจสำคัญ" ที่ทำให้พระนางแตกต่างจากสนมคนอื่นๆ ในยุคนั้นเลย เพราะตามธรรมเนียมจีนโบราณ "สตรีไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการเมือง"
-แต่สถานการณ์ในตอนนั้นกลับเปิดโอกาสให้พระนางอย่างประจวบเหมาะ
-ในขณะที่สตรีแมนจูส่วนใหญ่เน้นฝึกงานบ้านงานเรือน แต่ซูสีไทเฮาในตอนนั้นคือพระสนมอี้ กลับมีความรู้ด้านภาษาจีนฮั่นที่แตกฉาน สามาร ถอ่านและเขียนอักษรจีนที่ซับซ้อนได้เป็นอย่างดี
-จักรพรรดิเสียนเฟิงทรงพลามัยไม่แข็งแรงและมักเผชิญกับความเครียดสะสม เพราะช่วงนั้นจีนเจอปัญหารุมเร้า ทั้ง กบฏไท่ผิง และ สงครามฝิ่นครั้งที่ 2 เมื่อทรงเหนื่อยล้าจนตรวจฎีกาไม่ไหว พระนางซูสีที่นั่งอยู่ข้างๆ จึงได้รับความไว้วางใจให้ช่วยอ่านและร่างคำตอบแทน
-ทำให้พระนางได้เห็นว่าขุนนางคนไหนคุมกองกำลัง คนไหนคุมเสบียง และใครที่ไว้ใจได้หรือไม่ได้
-การได้เห็นคำตัดสินของจักรพรรดิในเรื่องความเป็นความตายของบ้านเมือง ทำให้พระนางซึมซับ "ความเด็ดขาด" และ "ความเหี้ยมโหด" ในเชิงบริหารมาโดยไม่รู้ตัว
-อีกทั้งพระนางยังเห็นจุดอ่อนของระบบราชการที่ล่าช้า ซึ่งต่อมาพระนางใช้ความรู้เหล่านี้ในการควบคุมเหล่าขุนนางให้อยู่หมัด
-นักประวัติศาสตร์บางส่วนมองว่า นี่คือความฉลาดหลักแหลมของพระนางที่ "เสนอตัว" เข้าช่วยในจังหวะที่จักรพรรดิกำลังอ่อนแอพอดี จนทำให้ขุนนางหลายคนในตอนนั้นเริ่มเขม่นและมองว่าพระนางเริ่มมีอิทธิพลเกินขอบเขตสนมไปแล้ว
ประวัติของซูสีไทเฮาไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการขึ้นสู่ตำแหน่งอำนาจอย่างสูงสุดเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความฉลาดและทักษะในการปรับตัวในสถานการณ์ที่ซับซ้อน เธอถือเป็นผู้หญิงที่แตกต่างจากคนอื่นในยุคนั้นอย่างมาก เพราะในขณะที่สตรีส่วนใหญ่ถูกจำกัดบทบาทให้เฉพาะงานบ้านงานเรือน แต่ซูสีไทเฮากลับมีการศึกษาด้านภาษาจีนฮั่นอย่างลึกซึ้ง สามารถอ่านและเขียนตัวอักษรจีนที่ซับซ้อนได้ ซึ่งเป็นทักษะหายากในหมู่สตรีในราชสำนักแมนจูช่วงเวลานั้น สิ่งที่น่าสนใจคือการใช้ความรู้นี้ของเธอในช่วงวิกฤติเมื่อจักรพรรดิเสียนเฟิงทรงอ่อนแอจากโรคภัยและแรงกดดันจากเหตุการณ์เช่น กบฏไท่ผิงและสงครามฝิ่นครั้งที่ 2 ซูสีไทเฮาได้รับความไว้วางใจจากจักรพรรดิให้ช่วยอ่านและร่างฎีกาตอบโต้เรื่องราวทางการเมืองและการบริหารประเทศ ซึ่งทำให้เธอได้เรียนรู้ระบบราชการได้เห็นภาพรวมของกองกำลังทางทหาร การบริหารเสบียง และวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของขุนนางต่างๆ จากประสบการณ์นี้ เธอซึมซับลักษณะสำคัญของการบริหาร คือความเด็ดขาดและความเด็ดเดียวที่จำเป็นต่อการจัดการปัญหาภายในราชสำนักและประเทศ นอกจากนี้ เธอยังเห็นจุดอ่อนของระบบราชการที่ล่าช้าและใช้ความรู้นี้ในการควบคุมขุนนางให้เชื่อฟังและวางตัวตามอำนาจที่เหมาะสม ในฐานะผู้ติดตามเรื่องนี้ ฉันรู้สึกประทับใจในความสามารถของซูสีไทเฮาที่สามารถใช้จังหวะและโอกาสทางประวัติศาสตร์ปั้นบทบาทของตัวเองให้อยู่เหนือกว่าขอบเขตของสนมทั่วไป เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้ความรู้อย่างมีสติและกลยุทธ์แม้ในยุคที่ผู้หญิงถูกจำกัดบทบาทเรื่องการเมือง ทำให้เราเห็นว่าสตรีสามารถมีอิทธิพลในประวัติศาสตร์ได้อย่างแท้จริงผ่านการเรียนรู้และลงมือทำอย่างเฉียบแหลม การศึกษาชีวิตของซูสีไทเฮาไม่เพียงเติมเต็มความเข้าใจในประวัติศาสตร์จีนยุคจักรพรรดิ แต่ยังให้แรงบันดาลใจในเรื่องการเอาตัวรอดและการแสวงหาโอกาสในสถานการณ์ที่เหมือนจะเป็นอุปสรรคใหญ่ เธอสอนให้รู้ว่าการศึกษาและความรอบรู้ สามารถเปลี่ยนแปลงกรรมวิธีและตำแหน่งในสังคมได้ แม้จะอยู่ในขอบเขตที่จำกัดก็ตาม




