Automatically translated.View original post

Keep it close.

2/25 Edited to

... Read moreถ้าอยาก “เก็บมะยงชิดให้นาน” แบบที่ยังอร่อยอยู่ เราแนะนำให้เริ่มจากการแยกสถานะของผลก่อนเลย เพราะมะยงชิดที่ “สุกพอดี” กับ “ยังไม่สุก” วิธีเก็บต่างกันมาก และทำผิดนิดเดียวจะช้ำ/คล้ำไวมาก 1) วิธีเก็บมะยงชิดจากต้น (หรือเพิ่งเก็บสด) - เลือกเก็บช่วงเช้า/เย็น อากาศไม่ร้อน ผลจะไม่เหี่ยวเร็ว - ใช้กรรไกรตัดพร้อมก้านสั้นๆ อย่ากระชาก เพราะทำให้รอยช้ำใต้เปลือก (พอถึงบ้านจะเห็นเป็นจุดดำ) - วางในตะกร้าหรือกล่องที่รองกระดาษ ไม่กองสูงๆ ลดการกดทับ 2) มะยงชิดไม่สุก ควรเก็บยังไงให้สุกสวย - ถ้ายังแข็ง สีออกเหลืองอ่อน ให้พักที่อุณหภูมิห้อง 1–3 วันในที่ร่ม อากาศถ่ายเท - อย่าเพิ่งล้างน้ำก่อนพักสุก เพราะความชื้นทำให้ขึ้นรา/ผิวด่างได้ - เราชอบวางบนกระดาษแล้วกลับด้านวันละครั้ง ช่วยให้สุกสม่ำเสมอและไม่ช้ำด้านเดียว 3) มะยงชิดสุกแล้ว เก็บในตู้เย็นให้ได้นาน - คัดผลที่ไม่มีรอยช้ำก่อน ผลที่เริ่มนิ่มให้แยกไปกินก่อน - ห่อด้วยทิชชู่หรือกระดาษซับ แล้วใส่กล่องปิดฝาหลวมๆ หรือถุงซิปที่เจาะรูเล็กๆ กันอบชื้น - แช่ช่องผัก (อุณหภูมิไม่เย็นจัด) จะช่วยชะลอการนิ่ม โดยทั่วไป “มะยงชิดแช่เย็น” จะอยู่ได้ราว 5–10 วัน ขึ้นกับความสุกตอนเริ่มเก็บ 4) อยากเก็บไว้กินนานๆ แบบเป็นเดือน: ปอกแช่แข็ง - ปอกเปลือก เอาเมล็ดออก แยกเป็นชิ้น/เป็นพู - ซับให้แห้งมากที่สุด แล้วแช่แบบเรียงให้แข็งก่อน (freezing ให้เป็นชิ้นไม่ติดกัน) จากนั้นค่อยรวมใส่ถุง - เวลาอยากกิน ให้นำออกมาพักให้คลายเย็น จะได้เนื้อไม่เละ เหมาะทำสมูทตี้/ไอติม/ซอสผลไม้ 5) มะยงชิดลอยแก้ว เก็บได้กี่วัน? - ถ้าต้มเสร็จแล้วใส่ภาชนะสะอาด ปิดฝา แช่เย็นอยู่ได้ประมาณ 3–5 วัน - เคล็ดลับที่เราใช้คือ “แยกน้ำเชื่อมกับผล” ถ้ายังไม่กินทันที เพราะแช่นานๆ ผลจะนิ่มเร็ว - ใช้ช้อนสะอาดตักทุกครั้ง ลดการบูด 6) เช็กลิสต์สั้นๆ กันเสีย (ทำแล้วเห็นผลจริง) - ไม่ล้างก่อนเก็บ (ล้างเฉพาะที่จะกิน) - ไม่กองทับกันหนาๆ - แยกผลสุกมากออกจากผลที่ยังแข็ง - ถ้ามีกลิ่นเปรี้ยวหรือมีจุดดำลาม ให้รีบแปรรูปเป็นลอยแก้ว/แยม/น้ำผลไม้ทันที ทำตามนี้แล้วเรารู้สึกว่าคุมอายุของมะยงชิดได้ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะช่วงที่ซื้อมาเยอะๆ จะไม่ต้องเร่งกินจนเบื่อ แถมยังได้ของหวานอย่างลอยแก้วติดตู้เย็นไว้ด้วยค่ะ