ปรัชญาแห่งความไร้เหตุผล!

- ปรัชญาแห่งความไร้เหตุผล -

📚 อัลแบร์ กามูส์ นี่เป็นนักเขียนรางวัลโนเบลเลยนะ แต่ชีวประวัติแกค่อนข้างอาภัพมาก แกต่อต้านลัทธิมาร์กซิสม์ แตกหักกับซาร์ต(ฌอง-ปอล-ซาร์ต) ผลงานแกโดนสับแหลกจนแกtrauma แกไม่เข้าใจว่าทำไมการที่แกไม่ต้องการให้สังคมเลวร้ายถึงกลายเป็นเรื่องตลกไปได้ แกสะเทือนใจมากจนหยุดเขียนหนังสือไปหลายปี จนมาเขียนเรื่องสุดท้ายคือ 'มนุษย์สองหน้า' เป็นหนังสือที่พูดถึงความล้มเหลวของตัวเอง แต่ตลกร้ายตรงผลงานเรื่องนี้ที่แกมองว่าล้มเหลวกลับได้รับรางวัลโนเบลขึ้นมาซะงั้น

ถึงงานของแกจะแฝงไปด้วยปรัชญาอัตถิภาวนิยมแต่แกก็ปฎิเสธว่างานแกไม่ได้อยู่ในกลุ่มปรัชญา existentialism อาจจะซึมซับแนวคิดของซาร์ตมาบ้างแต่แกคิดนอกกรอบไปไกลกว่านั้น ปรัชญาแห่งความไร้เหตุผลของแกเป็นปรัชญาของ 'คนเดินดินที่พยายามต่อสู้ดิ้นรน ทำให้ชีวิตที่ไร้ความหมายนั้นมีค่าและมีความสุขในโลกที่ไร้เหตุผล' So งานของแกจึงมีคุณค่าในตัวเองมากพอที่จะไม่ต้องไปเชื่อมโยงกับปรัชญาอัตถิภาวนิยมเลย

ในเล่มนี้จะยกตัวอย่างผลงานของแกมาวิเคราะห์สองเรื่องคือ 'มนุษย์ไร้เหตุผล' กับ 'ชะตากรรมของ Sisyphus'

🥀ชีวิตไร้ความหมาย ความตายไร้เหตุผล : เราจะอยู่ยังไงในเมื่อชีวิตมันช่างไร้ความหมาย - ก็อยู่กับความจริงให้ได้ ถึงชีวิตจะไร้ความหมายแต่ชีวิตก็เป็นที่สิ่งสำคัญที่สุด เราต้องมีชีวิตอยู่เพื่อลดทอนอำนาจของความไร้เหตุผลนั้น เหมือนกับคนเล่นหมากฮอสที่เล่นไม่เก่งเท่าอีกฝ่าย แต่ก็ต้องเดินหมากต่อไปให้ดีที่สุดเท่าที่ความสามารถตัวเองมีจนกว่าเกมส์นี้จะสิ้นสุดลง

🪨ในส่วนของ Sisyphus : ซิซีฟัส วีรบุรุษทั้งในยามดื่มด่ำความสุขและยามทนทุกข์ทรมาน ความดูหมิ่นต่อเทพเจ้า ความเกลียดชังต่อความตายและความกระหายที่จะมีชีวิตอยู่ เหล่านี้เองที่นำโทษทัณฑ์เกินพรรณามาสู่เขา คือเขาจะต้องใช้พละกำลังทั้งหมดที่มี ทำสิ่งที่ไร้ความหมายไปตลอดชีวิต

ซึ่งกามูส์เปรียบเปรยเรื่องซิซีฟัสที่ถูกสาปให้กลิ้งหินตลอดกาลกับชีวิตของคนทำงานว่าซ้ำซากไม่ต่างกันเลย แต่ไม่มีโชคชะตาไหนร้ายกาจหากเราไม่ยอมรับโชคชะตานั้น

🦋ไม่รู้ว่ากามูส์นับถือศาสนาด้วยมั้ย เพราะดร.ริเยอซ์ในนิยายThe Plague ที่แกเขียนก็ออกแนวเป็นคนดีมีศีลธรรมโดยไม่ต้องมีศาสนา ดร.ริเยอซ์ช่วยคนจากกาฬโรค ไม่ใช่เพราะเห็นแก่คำสอนทางศาสนา แต่เป็นเพราะความรักในตัวเพื่อนมนุษย์ต่างหาก(ซึ่งไม่ได้โยงอะไรกับทางคริสต์ด้วย)แค่รักในตัวเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเฉยๆ เลยแอบเดาเอาเองว่าจะเหมือนวอลแตร์รึเปล่านะ แต่เรื่องความอยากให้สังคมมีเสรีภาพต้องยกให้แกเลย แสนดีแบบหาตัวจับยากในสมัยนั้นสุดๆ

#ปรัชญาแห่งความไร้เหตุผล #albertcamus #หนังสือน่าอ่าน #ปรัชญา #หนังสือปรัชญา

7/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในโลกที่หลายคนอาจรู้สึกว่าชีวิตเต็มไปด้วยความไร้เหตุผลและความหมาย อัลแบร์ กามูส์ เป็นนักคิดที่สร้างแนวทางปรัชญาที่ช่วยให้เราเข้าใจและรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้อย่างลึกซึ้ง จากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนที่ลองนำแนวคิดปรัชญาแห่งความไร้เหตุผลไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน พบว่าเมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายหรือสถานการณ์ที่ดูเหมือนไม่มีจุดหมาย การยอมรับและทำความเข้าใจกับความไร้เหตุผลนั้น ช่วยให้การดำเนินชีวิตง่ายขึ้นและไม่รู้สึกหนักหนาจนเกินไป โดยเฉพาะแนวคิดจากเรื่อง "ชะตากรรมของซิซีฟัส" ที่พูดถึงการกลิ้งหินขึ้นภูเขาโดยไม่รู้จบ เป็นสัญลักษณ์ของความพยายามไม่หยุดยั้ง ถึงแม้งานหรือสิ่งที่เราทำนั้นจะดูซ้ำซากและไร้ความหมาย แต่การยอมรับและสู้ต่อไปนั้น คือการให้คุณค่าและความหมายกับชีวิตของเราเอง ซึ่งผู้เขียนพบว่าการมองชีวิตในมุมนี้ช่วยลดความรู้สึกสิ้นหวังและเพิ่มแรงบันดาลใจในการทำงานและความสัมพันธ์กับผู้อื่น ส่วนผลงานที่เด่นอีกเรื่องคือ "มนุษย์ไร้เหตุผล" ที่เน้นความสำคัญของการมีชีวิตอยู่และการทำสิ่งที่ดีที่สุดแม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เหมือนเล่นเกมหมากฮอสที่อาจไม่เก่งเท่าฝ่ายตรงข้าม แต่ต้องพยายามเดินหมากให้เต็มที่จนเกมจบ การผลักดันตัวเองและยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบของโลกก็เป็นอีกแนวทางที่ช่วยให้ชีวิตมีความหมายขึ้นได้ นอกจากนี้ กามูส์ยังสื่อสารเรื่องความรักต่อเพื่อนมนุษย์ที่ไม่จำเป็นต้องอิงกับศาสนา ทำให้เห็นว่าคุณค่าของความดีงามและศีลธรรมสามารถเกิดขึ้นได้จากความรักและความรับผิดชอบที่เรามีต่อกันเองในสังคม ซึ่งเป็นแง่มุมที่ทำให้ปรัชญาของเขาเข้าถึงง่ายและใช้งานได้จริงในชีวิตของเราในทุกยุคสมัย การเข้าใจและนำ "ปรัชญาแห่งความไร้เหตุผล" มาใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้เขียนรู้สึกว่าการมีชีวิตอยู่ คือการต่อสู้ที่มีค่า และไม่ว่าชีวิตจะเผชิญกับความท้าทายใด ๆ การไม่ยอมแพ้และยืนหยัดด้วยความหวังและความรัก จะช่วยให้โลกที่ไร้เหตุผลนี้งดงามและน่าจดจำในแบบของเราเอง