ในพระพุทธศาสนา แยกได้ชัดเจนเป็น 2 เรื่องใหญ่
1. สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้
2. สิ่งที่พระองค์ทรงแสดงสอน.
สองอย่างนี้ ไม่เหมือนกันทั้งหมด เพราะ สิ่งที่ตรัสรู้นั้น ลึกกว่าสิ่งที่สอนมาก
1. พระพุทธเจ้า ตรัสรู้อะไร
โดยสรุป พระองค์ ตรัสรู้ความจริงของธรรมชาติทั้งหมด
ที่เรียกว่า ธรรม (Dhamma)
ในคัมภีร์ มักอธิบายผ่านแกนสำคัญ เช่น
1. ปฏิจจสมุปบาท. เห็นการเกิดขึ้นของทุกสิ่ง ตามเ หตุปัจจัย
> เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี
> เพราะสิ่งนี้ดับ สิ่งนี้จึงดับ
เช่น
อวิชชา → สังขาร → วิญญาณ → นามรูป → ...→ ชรา มรณะ
พระองค์เห็น วงจรทั้งหมดทั้งการเกิดและการดับ.
2. ไตรลักษณ์. เห็นว่า สรรพสิ่ง
อนิจจัง — เปลี่ยนแปลงตลอด
ทุกขัง — ทนอยู่สภาพเดิมไม่ได้
อนัตตา — ไม่มีตัวตนที่แท้
3. นิพพาน > มีสภาวะที่พ้นจากการเกิดดับ.
สรุปอย่างสั้น พระพุทธเจ้า ตรัสรู้
* ธรรมชาติของการเกิด
* ธรรมชาติของการดับ
* และทางออกจากการเกิดดับ
2. พระพุทธเจ้า ทรงแสดงอะไร
สิ่งที่พระองค์สอน คือ หนทางให้มนุษย์พ้นทุกข์ ซึ่งย่อมาเป็น อริยสัจ 4
1. ทุกข์
2. สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์)
3. นิโรธ (ความดับทุกข์)
4. มรรค (ทางดับทุกข์)
และ มรรค 8
* สัมมาทิฏฐิ
* สัมมาส ังกัปปะ
* สัมมาวาจา
* สัมมากัมมันตะ
* สัมมาอาชีวะ
* สัมมาวายามะ
* สัมมาสติ
* สัมมาสมาธิ
ถ้าสรุปให้สั้นที่สุด พระพุทธเจ้า ตรัสรู้ว่า > ทุกสิ่ง เกิดจากเหตุปัจจัย และสามารถดับได้ เมื่อเหตุปัจจัย ดับ.
แล้วพระองค์ จึงสอนว่า > ให้เห็นทุกข์ เห็นเหตุของทุกข์ และทางดับเหตุแห่งทุกข์.
> ไม่มีอะไรเป็นของเรา
> ไม่มีอะไรเป็นตัวเรา
> ทุกอย่างเป็นเพียงกระแสของธรรมสิ่งที่พระองค์สอน
> เห็น มันตามที่มันเป็น
> แล้วความยึด จะหลุดไปเอง .












































🍋🍋🍋🍋🍋