วิชาเมิน ... 🙄

วิชาเมิน ในบริบทของธรรมะ สไตล์พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ไม่ใช่การเฉยเมยแบบ คนไร้น้ำใจ

แต่คือ ศิลปะแห่งการเลือกวาง

เพื่อรักษาความสงบในใจท่ามกลางโลก ที่ พยายามดึงดูดความสนใจเราตลอดเวลา.

หากจะสรุปวิชานี้ให้เอาไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน (โดยเฉพาะในโลกโซเชียล) สามารถสรุปเป็นหลักสูตรสั้นๆ ได้ ดังนี้

1. เมินเพื่อ คัดกรอง (Selective Ignoring) ในหนึ่งวัน มีเรื่องราวผ่านเข้ามานับพันเรื่อง ทั้งเรื่องดราม่า ข่าวลบ หรือคำนินทา

• วิธีปฏิบัติ ถามตัวเองก่อน จะรับข้อมูลว่า เรื่องนี้จำเป็นต่อชีวิตเราไหม?

หรือ รู้แล้ว ใจเป็นกุศล หรือเป็นอกุศล?.

• ถ้าคำตอบคือ ไม่จำเป็น

การเมินคือ การปิดประตูบ้าน ไม่ให้ ขยะเข้ามาสะสมในใจ

2. เมินแบบ รู้เท่าทัน (Ignoring with Awareness)

การเมินที่ถูกต้อง ไม่ใช่การสะกดจิตตัวเองว่า ฉันไม่เห็น

แต่คือ การเห็นแล้ว ไม่รับมาปรุงแต่งต่อ

• วิธีปฏิบัติ เมื่อเห็นข้อความ ที่ทำให้โกรธ หรือเรื่องราวที่ชวนให้หงุดหงิด

ให้ รู้ว่าความโกรธเกิดขึ้นที่ ใจเรา

แล้ว เมิน ตัวกระตุ้นนั้นเสีย . วาง กลับมาดูที่ ลมหายใจ

หรือความรู้สึกตัวแทน.

• ท่าน มักสอนว่า ใครจะขว้างก้อนหินมา ถ้าเราไม่รับ

ก้อนหินนั้น ก็ตกอยู่ตรงนั้นเอง.

3. เมิน เสียงวิจารณ์ที่ไร้สาระ เพื่อรักษาเป้าหมาย.

ในการทำงานหรือทำความดี มักมีเสียงวิจารณ์ ที่ ไม่ได้ตั้งใจจะช่วยให้ดีขึ้น แต่ตั้งใจ จะบั่นทอน

• วิธีปฏิบัติ ใช้หลักธรรมเรื่อง โลกธรรม 8

(มีลาภ-เสื่อมลาภ, มียศ-เสื่อมยศ, นินทา-สรรเสริญ, สุข-ทุกข์) มาเป็น เกราะป้องกัน

• ฝึกวิชาเมินคำนินทา ที่ไม่เป็นความจริง เพื่อเอาพลังงานไปใช้กับ การกระทำ ที่มีค่ามากกว่า.

4. เมิน ความคิดตัวเอง (Ignoring the Thinking Mind)

ชอบอ่ะ เมิน 🤣 ความคิดตัวเอง คือ ขั้นสูงสุดของวิชาเมิน.

นี่คือ ขั้นสูงสุดของวิชาเมิน ที่ พระอาจารย์เน้นย้ำ คือ การเมินความคิดปรุงแต่งในหัวตัวเอง

• วิธีปฏิบัติ เมื่อใจฟุ้งซ่าน คิดย้ำทำเติมเรื่องอดีต หรือกังวลอนาคต ให้เรา เมิน ความคิดเหล่านั้น แล้วกลับมาอยู่กับ กาย ที่กำลังเคลื่อนไหว หรือมือที่กำลังทำงาน.

• ความคิด เปรียบเสมือน เมฆ ที่ลอยผ่าน หน้าต่างไป หน้าที่ของเราคือ ดู มันผ่านไป ไม่ต้องกระโดด ออกไปคว้าเมฆ มาถือไว้

✨ ประโยชน์ของ วิชาเมิน ✨

• ประหยัดพลังงานสมอง ไม่ต้องเหนื่อยไปกับเรื่องที่ไม่ใช่ธุระ.

• ใจมีพื้นที่ว่าง เมื่อเมินเรื่องไร้สาระ เรา จะมีที่ว่างให้ ความคิดสร้างสรรค์และความสงบ.

• ลดความขัดแย้ง หลายความขัดแย้งจบลงได้ เพียงแค่ฝ่ายหนึ่ง เมิน ที่ จะตอบโต้ด้วย.

5/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในชีวิตประจำวัน ผมพบว่า "วิชาเมิน" เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากในการรักษาความสงบของใจ โดยเฉพาะในยุคที่มีข้อมูลข่าวสารและสิ่งรบกวนจากโซเชียลมีเดียเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากประสบการณ์ของผม การฝึกเมินด้วยวิธีคัดกรอง (Selective Ignoring) ทำให้ผมไม่ต้องรับเอาเรื่องราวลบหรือดราม่าที่ไม่จำเป็นเข้ามาในจิตใจ วิธีนี้เปรียบเหมือนการติดตั้งฟิลเตอร์เพื่อป้องกันขยะของโลกดิจิทัลไม่ให้สะสมในใจเรา ส่วนการเมินแบบรู้เท่าทัน (Ignoring with Awareness) ถือเป็นการฝึกสติขั้นสูง เพราะเราต้องรู้ว่าเมื่อเกิดความรู้สึกโกรธหรือหงุดหงิดขึ้นมา มันคือปฏิกิริยาที่เกิดจากใจเราเอง ไม่ใช่สิ่งที่เกิดจากตัวเหตุการณ์ และเมื่อรู้ตัวแบบนี้ เราจะสามารถเลือกที่จะไม่เสพติดอารมณ์ลบเหล่านั้น เพราะฉะนั้นแทนที่จะตอบโต้หรือติดตามสิ่งกระตุ้น เราก็วางลงและหันกลับมาสังเกตลมหายใจของตัวเองแทน นอกจากนี้ การเมินเสียงวิจารณ์ไร้สาระและคำนินทาที่ไม่จริง เป็นวิธีที่ช่วยรักษาความมั่นคงจิตใจและจุดมุ่งหมายในชีวิตของเราได้ดี เพราะเสียงเหล่านั้นมักมีเจตนาทำลายพลังงานบวก การนำหลักโลกธรรม 8 มาใช้เป็นเกราะป้องกัน ทำให้ผมรู้สึกไม่หวั่นไหวเมื่อต้องเจอคำติเตียน และมีพลังใจใช้เวลากับการลงมือทำสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่า ในขั้นสูงสุดของวิชาเมิน คือการเมินความคิดตัวเองโดยไม่ให้ความคิดปรุงแต่งในหัวครอบงำ เมื่อใจฟุ้งซ่าน ผมมักจะกลับมารู้ตัวถึงร่างกายและการกระทำปัจจุบัน ทำให้สามารถปล่อยผ่านความคิดเหมือนเมฆลอยผ่านหน้าต่างไปโดยไม่ต้องคว้าไว้ วิชาเมินนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าเราฝึกอย่างต่อเนื่อง จะช่วยประหยัดพลังงานสมอง สร้างพื้นที่ว่างทางใจให้ความคิดสร้างสรรค์ และลดความขัดแย้งในชีวิตได้จริง ผมเองรู้สึกชื่นชมแนวธรรมะที่เน้นการเลือกวางอย่างมีสติ เพราะมันช่วยให้ใจสงบท่ามกลางความวุ่นวายของโลกปัจจุบันอย่างแท้จริง สุดท้าย ผมขอแนะนำให้ทุกคนเปิดใจลองฝึก "วิชาเมิน" ด้วยความเข้าใจและปฏิบัติอย่างตั้งใจ เหมือนเป็นศิลปะแห่งการเลือกวาง เพื่อสร้างชีวิตที่สงบสุขและมีความหมายขึ้นจริงๆ

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ แม่คุณ ยายแก่ขี้จ่มมม
แม่คุณ ยายแก่ขี้จ่มมม

👍👍👍