ดิฉันขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีมีภาพดิฉันร่วมงานแต่งงาน
นส.วิษณี และ นายยิม เลียก
เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว โดยดิฉันได้รับเชิญจากพ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาว ให้เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาว ในงานแต่งงานของลูกสาว
ซึ่งได้พบคู่บ่าว สาว พร้อมครอบครัว ก่อนวันแต่ง 1 ครั้ง และอีกครั้งคือในงานวันแต่งงาน
หลังจากนั้นก็ไม่ได้พบกับคู่บ่าวสาวอีกเลย จนถึงปัจจุบัน
ณ. วันนั้น ดิฉันทราบจากพ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาวว่า เจ้าบ่าวเป็นคนกัมพูชา มีอาชีพรับราชการ
โดยมีพ่อเป็นนักการเมืองใหญ่
ขณะนี้ดิฉันและคนไทยทุกคนกำลังต่อสู้กับความเลวร้ายของแก๊งค์สแกมเมอร์ และกลุ่มผู้มีอำนาจในประเทศไทย ที่คอยช่วยเหลือสนับสนุนคนเหล่านี้ ดิฉันได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับคนเหล่านี้อย่างเด็ดขาด ในทุกรายการที่ดิฉันได้สัมภาษณ์ รวมทั้งได้แสดงจุดยืนต่อเรื่องนี้ใน Facebook ของดิฉันเองด้วย
ดิฉันยืนยันว่าคนที่ ทำร้ายคนไทย และประเทศไทยต้องถูกจัดการลงโทษโดยเด็ดขาด ทั้งอาญา และยึดทรัพย์ และต้องไม่ปล่อยให้มีการใช้เงินซื้อบุคคลใด หรือองค์กรใด ในประเทศไทย เพื่อให้พ้นผิดได้
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นนายยิม เลียก หรือใครก็ตาม ถ้ามีพฤติกรรมดังกล่าว ดิฉันจะไม่มีวันยอมให้คนเหล่านี้มีที่ยืน และมาทำร้ายสังคมสุจริตได้
จึงขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง มาให้ทราบโดยทั่วกัน #ข่าวtiktok #สุดารัตน์เกยุราพันธุ์ #ดราม่า #พรรคไทยสร้างไทย
เหตุการณ์ที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวถึงในบทความนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 7-8 ปีที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจากพ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาวให้เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวในงานแต่งงานของลูกสาว ซึ่งเป็นโอกาสเดียวที่ได้พบกับคู่บ่าวสาวและครอบครัวก่อนวันงานและในวันงานเท่านั้น หลังจากนั้นไม่ได้มีโอกาสติดต่อหรือติดตามเหตุการณ์ของคู่บ่าวสาวอีกเลยจนถึงปัจจุบัน จากคำชี้แจงนี้ ชี้ให้เห็นถึงความโปร่งใสในบทบาทของคุณหญิงสุดารัตน์ และยืนยันถึงความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์หรือพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องที่อาจเกี่ยวข้องกับคู่บ่าวสาวหรือบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ยังได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการต่อสู้กับแก๊งค์สแกมเมอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนและสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำว่าการกระทำที่ทำร้ายคนไทยและประเทศชาติจะต้องมีบทลงโทษอย่างเด็ดขาดทั้งในแง่อาญาและการยึดทรัพย์สิน ประเด็นนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนจากการทุจริตและการกระทำผิดที่ได้รับการสนับสนุนโดยบางกลุ่มผู้มีอำนาจในประเทศไทย ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์เองได้เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้มีการใช้เงินหรืออำนาจใด ๆ เพื่อให้พ้นผิด ในยุคที่ข่าวสารและโซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญ การชี้แจงข้อมูลและการยืนหยัดในความถูกต้องอย่างชัดเจนจากบุคคลสาธารณะจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อสร้างความเข้าใจและลดความสับสนในสังคม นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการเชื่อมโยงข้อมูลที่ถูกต้องและมีความรับผิดชอบ ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของคุณหญิงสุดารัตน์ที่แสดงออกผ่านช่องทาง Facebook และสื่อมวลชนต่าง ๆ ยังเป็นตัวอย่างของการใช้สิทธิ์และเสียงในการเรียกร้องความยุติธรรมและปกป้องสังคมที่สุจริต ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางในชุมชนและสังคมไทย ท้ายที่สุด การต่อสู้กับแก๊งค์สแกมเมอร์และการทุจริตเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ประชาชน หรือนักการเมือง เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและเป็นธรรมสำหรับทุกคน

























แสดงว่าก็สนิทกับฝ่ายเจ้าสาวมากพอที่จะไปเป็นนั่งเป็นประธานเนอะ