“พรรครักชาติ” เปิดตัวผู้สมัคร ปาร์ตี้ลิสต์ 9 ลำดับ รุ่นใหม่ จริง ไม่จกตา ใจถึง ดีกรีจบนอก-ม.ดัง พร้อม ชูโมเดล “รุ่นใหญ่คิด-รุ่นใหม่ทำ” เพราะรักชาติ ไม่ใช่แค่คำพูด

วันนี้ (6 มกราคม 2569) เวลา 7.30 น. รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ พร้อมด้วยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดตัวทีมผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อสายเลือดใหม่ที่เบื่อหน่ายความขัดแย้ง ชูจุดเด่นการผสมผสานระหว่างประสบการณ์ของแกนนำรุ่นเก๋า กับวิสัยทัศน์และพลังการลงมือทำของคนรุ่นใหม่ ภายใต้สโลแกนหลัก “รักชาติ ไม่ใช่แค่คำพูด”

โดยนายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรครักชาติ และบัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 ได้เปิดใจถึงทิศทางของพรรคว่า คนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง หรือ “คนกลาง” มักจะรู้สึกหวั่นไหวกับสถานการณ์บ้านเมือง แต่ตนมองว่าหากคนกลุ่มนี้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความตรงไปตรงมา ก้าวเข้ามาทำงานการเมือง ประเทศจะเจริญขึ้น พร้อมย้ำว่า “เราไม่ควรกลัวความแปดเปื้อน เพราะรักชาติไม่ใช่เพียงแค่คำพูด แต่คือการลงมือทำให้เห็น”

นอกจากนี้ พรรครักชาติได้เผยโฉมผู้สมัคร สส. คนรุ่นใหม่ที่มีประวัติการศึกษาและมุมมองที่น่าสนใจ อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค และบัญชีรายชื่อลำดับที่ 3 (ปริญญาตรี ม.ธรรมศาสตร์): ซึ่งชี้ให้เห็นว่าปัญหาใหญ่ที่สุดคือการที่สังคมมองเรื่องผิดปกติและการโกงกินให้เป็นเรื่องปกติ พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนมองเห็นปัญหาเพื่อนำไปสู่การแก้ไข

นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรครักชาติ และบัญชีรายชื่อลำดับที่ 4 (ปริญญาโท Global Business, Coventry University): ปริญญาตรี จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ซึ่งเน้นย้ำโมเดลการทำงานร่วมกันระหว่างคนรุ่นใหม่และผู้ใหญ่มากประสบการณ์ โดยผู้ใหญ่จะเป็นผู้ชี้แนะปัญหาเชิงโครงสร้างที่สั่งสมมานาน ส่วนคนรุ่นใหม่จะเป็นผู้เข้าไปแก้ไขและลงมือทำจริง

นายณัฏฐกรณ์ ทวีรักษา รองหัวหน้าพรรครักชาติ และบัญชีรายชื่อลำดับที่ 5 (ปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย): ซึ่งมุ่งเน้นเรื่องปากท้องพี่น้องประชาชน โดยเชื่อมั่นในการนำวิสัยทัศน์มาผนวกกับประสบการณ์ของผู้ใหญ่ เพื่อผลักดันนโยบายให้เป็นรูปธรรม

นายทัศนัย ทองมี รองหัวหน้าพรรครักชาติ และบัญชีรายชื่อลำดับที่ 6 (ปริญญาตรี ม.กรุงเทพ): ตัวแทนผู้ประกอบการรายย่อย สะท้อนปัญหาว่าคนไทยขยันแต่ไม่รวยเพราะโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ผิดพลาด จึงอาสาเข้ามาแก้ปัญหาที่กลไกในรัฐสภา   นายธรรศ พจนประพันธ์ รองหัวหน้าพรรครักชาติ และบัญชีรายชื่อลำดับที่ 8 (ปริญญาโท International Relations, Bonn University): ตัวแทนพ่อลูกอ่อนที่ตัดสินใจเข้าสู่การเมืองเพราะไม่อยากเห็นประเทศย่ำอยู่กับที่ และต้องการส่งต่อสังคมที่ดีกว่าเดิมให้กับลูกหลาน

นายรัฐภูมิ วัลลิกุล เหรัญญิกพรรครักชาติ และบัญชีรายชื่อลำดับที่ 9 (ปริญญาตรี รัฐศาสตร์ ม.กรุงเทพธนบุรี): ตัวแทนภาคธุรกิจที่มองว่าประเทศไทยบอบช้ำมามากพอแล้ว ประกาศจุดยืนชัดเจนในการปราบปรามคอร์รัปชัน

ทั้งนี้ ทีมคนรุ่นใหม่ของพรรครักชาติยืนยันความพร้อมที่จะนำความรู้จากหลากหลายสาขา ทั้งเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ และธุรกิจ มาขับเคลื่อนประเทศให้หลุดพ้นจากวงจรเดิม ๆ และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้จริง

#พรรครักชาติ #ข่าวtiktok #เลือกตั้ง #นายก #รักชาติ

1/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเปิดตัวทีมผู้สมัครจากพรรครักชาติในครั้งนี้ นอกจากจะเน้นความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่หลากหลายแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นเจตนารมณ์ของพรรคที่ต้องการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอย่างจริงจังและยั่งยืน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมากในช่วงเวลาที่หลายคนรู้สึกเบื่อหน่ายกับความขัดแย้งทางการเมือง ด้วยสโลแกน “รักชาติ ไม่ใช่แค่คำพูด” พรรครักชาติได้ร่วมกันสร้างทีมที่ประกอบด้วยผู้สมัครที่มีความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ และธุรกิจ จากสถาบันชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เช่น Coventry University และ Bonn University ชูจุดเด่นว่าคนรุ่นใหม่พร้อมจะเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาของประเทศ พร้อมด้วยคำแนะนำจากผู้อาวุโส เพื่อมุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้จริง นอกจากนี้ ทีมงานของพรรคยังรวมไปถึงผู้แทนจากภาคธุรกิจและผู้ประกอบการรายย่อย ที่มองเห็นถึงปัญหาเศรษฐกิจและโครงสร้างที่ไม่เอื้อต่อความเจริญเติบโตของคนไทยทั่วไป ซึ่งพร้อมจะใช้เวทีสภาอย่างเต็มที่ในการผลักดันนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน ทั้งเรื่องการปากท้องและการปราบปรามคอร์รัปชัน โดยเชื่อว่าการผสมผสานระหว่างประสบการณ์และพลังคนรุ่นใหม่จะนำมาซึ่งความสำเร็จที่ยั่งยืน ด้วยเหตุนี้คนกลางที่ไม่เคยสนใจการเมืองมาก่อน หรือผู้ที่เคยรู้สึกหวั่นไหวต่อสภาพบ้านเมืองต่างสามารถมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ ผ่านโมเดลการทำงานของพรรครักชาติ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศต้องการความเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน และการแสดงออกว่ารักชาติด้วยการลงมือทำจริงนับว่าเป็นสิ่งที่หลายคนรอคอยและให้ความหวังในการพัฒนาประเทศต่อไป