#ข่าวtiktok #พรรคภูมิใจไทย #เลือกตั้ง #ศุภจีสุธรรมพันธุ์ #ภูมิใจไทย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดต รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จากพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยความในใจในการตัดสินใจเข้ามาทำงานทางการเมือง ร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ว่า ประเด็นแรก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้เกียรติโทรมาเชิญเอง ตอนที่พูดคุยกันท่านบอกว่า ให้อิสระทุกอย่าง ให้เอาความรู้ความสามารถของตัวเอง มาทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติให้ได้เต็มที่ และช่วยสนับสนุนในสิ่งที่เราตั้งใจจะทำด้วย . ประเด็นที่ 2 เรื่องของการทำงานเป็นทีม หลักการ คือว่า มันไม่มีใครที่ทำอะไรได้ทุกอย่าง แต่ถ้าเรามีเป้าเดียวกันแล้วเราทำร้อยเปอร์เซ็นต์ในสิ่งที่เรารู้ มันก็จะสามารถ ทำให้เกิดผลกระทบที่ดีได้ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ทำงานใกล้ชิดมากๆ ก็คือ ทีมเศรษฐกิจ มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่เข้ามาเป็นคนนอก มาจากเอกชน หรือว่าข้าราชการ เราได้ทำงานกันเป็นทีมจริงๆ เป็นทีมเวิร์ค จริงๆ ทำให้สบายใจ แล้วตัดสินใจที่อยู่ช่วยทำนโยบายให้ต่อไป . ประเด็นที่ 3 คือเห็นถึงความตั้งใจถึงความรักชาติ รัก อธิปไตย บังเอิญ ที่เราเข้ามาคือช่วงที่เรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งกันระหว่างเรากับประเทศเพื่อนบ้าน จุดยืนของพรรคภูมิใจไทย บังเอิญตรงกันกับหลักการของตัวเองด้วย คือเรามองชาติเป็นที่ตั้ง เรามองอธิปไตยของเราเป็นที่ตั้ง มองถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน แล้วก็พี่น้องทหาร เป็นที่ตั้ง ด้วย 3 เรื่องนี้ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราคิดว่าน่าจะเป็นพรรคที่ใช่ ในจังหวะนี้ของประเทศไทย และเราเลยเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยทำในเรื่องของนโยบายให้เกิดความต่อเนื่อง ในการเผชิญหน้า กับความท้าทายเหล่านี้ . “อย่างที่เราทราบกันดีอยู่ว่าปัจจุบันนี้ ประเทศไทย เผชิญกับความท้าทายหลากหลายมากมาย สิ่งที่เราต้องการตอนนี้ก็คือคนที่สามารถที่จะบริหารประเทศให้ก้าวข้ามจุดนี้ไปได้อย่างต่อเนื่อง ก็มีความเชื่อมั่นว่า ถ้าได้พรรคภูมิใจไทยเข้ามาบริหารประเทศอีกครั้งหนึ่ง ก็น่าที่จะทำให้เราสามารถที่จะก้าวข้ามความท้าทายนี้ได้อย่างยั่งยืน และก็ต่อเนื่อง ถ้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ให้มาเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ตัวดิฉันเอง ยินดีที่จะอยู่ช่วยร่วมสานภารกิจที่ยังไม่เสร็จ ให้เสร็จให้ได้”นายศุภจี กล่าว
ช่วงนี้เห็นหลายคนเสิร์ชชื่อ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” และมีคำถามตามมาบ่อยมากเรื่อง “ลูกชายศุภจี” เลยขอสรุปแบบอ่านง่ายในมุมคนที่ตามข่าวการเมือง–เศรษฐกิจนะคะ (อิงจากข้อมูลข่าว/คำให้สัมภาษณ์ที่ออกมา) 1) ศุภจี สุธรรมพันธุ์ คือใคร ทำไมถึงถูกพูดถึง? จากเนื้อข่าว ศุภจีถูกพูดถึงในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย และถูกวางภาพเป็นแคนดิเดตตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จุดที่ทำให้คนสนใจคือเธอให้เหตุผลชัดเจนว่าทำไมถึง “ตัดสินใจลงสนามการเมือง” และเน้นเรื่องการทำงานเป็นทีม (ทีมเศรษฐกิจ) เพื่อให้เกิดผลลัพธ์จริง 2) เหตุผลหลักที่เธอพูดถึงในการร่วมงานกับภูมิใจไทย - ได้รับการทาบทามโดยตรงและได้ “อิสระในการทำงาน” เพื่อเอาความรู้ความสามารถไปทำประโยชน์ให้ประเทศ - เชื่อในทีมเวิร์ค: ไม่มีใครทำได้ทุกอย่าง แต่ถ้าเป้าหมายเดียวกันแล้วต่างคนทำในสิ่งที่ถนัด 100% งานจะเดิน - จุดยืนเรื่องชาติ/อธิปไตยและการดูแลความเป็นอยู่ประชาชน โดยเฉพาะช่วงที่มีความตึงเครียดกับประเทศเพื่อนบ้าน 3) ประเด็นเศรษฐกิจ–พาณิชย์ที่โยงกับภาพข่าว (จาก OCR) ในภาพมีคีย์เวิร์ดอย่าง “เกษตรกร”, “30% ของแรงงานอยู่ในภาคเกษตรกรรม แต่ส่วนแบ่งรายได้ ~6% ของ GDP” และเรื่องความร่วมมือค้าข้าวแบบ G-to-G (Government to Government) เช่น ไทย–สิงคโปร์ รวมถึงแนวคิด Food Security Hub ซึ่งถ้าตีความแบบคนอ่านข่าว จะสื่อว่าเน้นยกระดับรายได้ภาคเกษตร/เพิ่มอำนาจการค้าของไทย และใช้การเจรจาระดับรัฐต่อรัฐเพื่อเปิดตลาด 4) แล้วเรื่อง “ลูกชายศุภจี” ที่คนค้นหาคืออะไร? คำนี้เป็นคีย์เวิร์ดที่คนใช้ค้นหาเยอะจริง แต่จากข้อมูลในโพสต์/ข่าวชิ้นนี้ “ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับลูกชาย” ไว้โดยตรงค่ะ ถ้าเจอพาดหัวหรือคลิปสั้นในโซเชียล แนะนำให้เช็กแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือและดูว่าเป็นข้อมูลยืนยันได้ไหม (เช่น สื่อหลัก/เอกสารทางการ/คำให้สัมภาษณ์เต็ม) เพราะประเด็นครอบครัวของนักการเมืองมักถูกตัดต่อหรือเล่าแบบขาดบริบทได้ง่าย 5) ถ้าอยากติดตามต่อ ควรดูอะไรเพิ่ม? - บทบาทด้าน “พาณิชย์” ว่าจะผลักดันเรื่องข้าว/การส่งออก/ตลาดเกษตรอย่างไร - นโยบายช่วยเกษตรกรให้รายได้สูงขึ้น (เพราะแรงงานภาคเกษตรมีสัดส่วนสูงมาก) - ข่าวความร่วมมือ G-to-G ว่ามีตัวเลข/กรอบเวลาจริงแค่ไหน ถ้าใครมีลิงก์ต้นทางที่พูดถึง “ลูกชายศุภจี” แบบชัดเจน ส่งมาได้เลย เดี๋ยวช่วยอ่านและสรุปแบบไม่ใส่อคติให้ค่ะ







































