“ครูดาบค่ายบางระจัน” ยกย่อง “อาจารย์เจษฎ์” พร้อมโต้ดราม่า “รำดาบ” ย้ำรากฐานไทยอยู่รอดได้ด้วยคมดาบและศรัทธาบรรพชน
(สิงห์บุรี) 21 มกราคม 2569 จากกรณีดราม่าเดือด ประโยคเด็ด “ระวังจะโดน!” ในช่วงหนึ่งของการดีเบต ระหว่าง รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ กับ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งมีการพูดจา กล่าวล้ำเส้นอย่างไม่เหมาะสม และะแสดงสีหน้า ล้อเลียน ถึงการรำดาบ ถวาย ณ อน ุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จังหวัดจันทบุรี
ล่าสุด นายอมรเทพ วงษ์มี ครูสอนศิลปะการต่อสู้ (รำดาบ) รร.อนุบาลค่ายบางระจัน ได้กล่าวถึง ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่จะมาล้อเล่น เป็นของครูบาอาจารย์ ความสำคัญการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ในอดีต ไม่ว่าจะเป็น ดาบ หอก ง้าว หรือแม้แต่เครื่องมือเกษตรอย่าง จอบ เสียม เคียว คือเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการปกป้องอธิปไตย ต่อสู้กับข้าศึกศัตรูที่มารุกราน เพื่อให้ลูกหลานไทยได้มีแผ่นดินอาศัยอยู่จวบจนปัจจุบัน อีกทั้งยุทธศาสตร์ของพื้นที่ตำบลบางระจัน และอำเภอค่ายบางระจัน ถือเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และเป็นสมรภูมิเลือดเนื้อของบรรพบุรุษไทย
ซึ่งตนเองได้เห็นคลิปไวรัล การรำดาบของอาจารย์เจษฎ์ ส่วนตัว จึงขอชื่นชมในฐานะทรัพยากรบุคคลทรงคุณค่า ที่มีความรู้ความสามารถและมีภูมิในศาสต ร์แขนงนี้อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะทักษะการรำดาบและการใช้อาวุธดาบสองมือ ที่ถือเป็นทักษะชั้นสูงไม่ใช่ใครจะจับต้องหรือแสดงได้โดยง่าย ต้องอาศัยการฝึกฝนและจิตวิญญาณ
"การจับดาบ ถือดาบ หรือการกวัดแกว่งดาบ ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ที่ใครนึกจะทำก็ทำได้ แต่ต้องมีทักษะและภูมิรู้ ซึ่งอาจารย์เจตมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทยแขนงนี้ไว้ให้ลูกหลานได้ประจักษ์" ถือว่าเป็นศิลปะเป็นมรดกไทยที่เราควรอนุรักษ์ ไว้
นอกจากนี้ ครูอมรเทพ ยังได้แสดงจุดยืนทางการเมืองภาคประชาชนและการอนุรักษ์ โดยระบุว่าตนเองพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและอนุรักษ์ศิลปะการป้องกันตัวของชาติ เพื่อให้เยาวชนและคนในชาติได้ตระหนักว่า แผ่นดินไทยที่สงบสุขร่มเย็นในทุกวันนี้ แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและการต่อสู้ด้วยอาวุธของ บรรพชน จึงเป็นหน้าที่ของคนรุ่นหลังที่ต้องรักษาไว้สืบไป























