‘คนทำงาน’ พร้อมทำงาน เปิดตัว Data-Driven เข้าใจกรุงเทพฯ ตรงจุด

ยกระดับ ส.ก. อิสระ สู่ ‘นักจัดการเมือง’

วันนี้ (23 มิถุนายน) ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) อิสระ จากทีมคนทำงาน น็อบ-เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย ผู้สมัคร ส.ก. อิสระเขตบึงกุ่ม เบอร์ 5 และ อิ๊ก-พัทธนัย จิวรวิวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางนา เบอร์ 2 เปิดวิสัยทัศน์การยกระดับการทำงานเมือง ผ่านแนวคิด "Data-Driven" (การขับเคลื่อนเมืองด้วยข้อมูล) เพื่อแก้ปัญหากรุงเทพมหานครอย่างแม่นยำ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมุ่งเน้นการป้องกันปัญหาก่อนเกิดเหตุ เพื่อให้งานขับเคลื่อนเมืองทรงประสิทธิภาพ

ผู้สมัครทั้งสองเน้นย้ำว่า การทำงานในสภา กทม. ยุคใหม่ ต้องลบภาพการทำงานแบบเดิมที่อาศัยการคาดเดา ความคุ้นเคย หรืออคติส่วนตัว โดย "ทีมคนทำงาน" จะใช้สถิติ ตัวเลข และข้อเท็จจริงเป็นเข็มทิศในการตัดสินใจ ทั้งการซ่อม สร้าง และปรับปรุงข้อบัญญัติเมือง รวมถึงการตรวจสอบงบประมาณผ่านข้อมูลแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง

หัวใจสำคัญของการใช้ Data-Driven ขับเคลื่อนสภากรุงเทพฯ แบ่งออกเป็น 4 มิติหลัก ได้แก่

1. ทะลวงกล่องดำ (Data Black Box) เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด: กรุงเทพฯ มีปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่าง "คนที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน" กับ "ผู้ใช้งานเมืองจริง" (ประชากรแฝง) ทำให้การจัดสรรงบประมาณมักคลาดเคลื่อน การใช้ Data จะช่วยระบุพิกัดปัญหาที่แท้จริง เพื่อนำไปออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน สวนสาธารณะ หรือระบบขนส่งฟีดเดอร์ได้อย่างไร้รอยต่อ

2. คุมกระเป๋าตังค์แสนล้านให้คุ้มค่าทุกบาท: งบประมาณ กทม. กว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี จะต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น ส.ก. ทีมคนทำงานจะใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ เช่น สถิติเรื่องร้องเรียนน้ำท่วมซ้ำซากจาก Traffy Fondue หรือ Open Data ไปกางในสภาฯ เพื่อตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณอย่างมีน้ำหนักและรัดกุม

3.รื้อกติกาเก่าด้วยเหตุผล ไม่ใช่เพื่อโจมตี: มุ่งหน้า "สร้าง-ปรับปรุง-ยกเลิก" ข้อบัญญัติที่แช่แข็งเมืองมากว่า 40 ปี โดยสู้ด้วยความเชี่ยวชาญ สถิติ และเหตุผล เพื่อเสนอกฎหมายใหม่ที่ตอบโจทย์ยุคสมัย ภายใต้กฎเหล็ก “เราไม่ค้านโปรเจกต์ด้วยวาระอื่น นอกจากวาระของประชาชน”

4.ยกระดับ ส.ก. สู่การเป็น "ผู้จัดการเมือง"

ส.ก. ยุคใหม่ต้องทำงานเท่าทันเทคโนโลยี โดยเตรียมนำระบบ BMC AI (Bangkok Metropolitan Council AI) มาวิเคราะห์ดัชนีปัญหาเฉลี่ยของเมืองทั้ง 12 มิติ และเชื่อมต่อการทำงานกับ BMA OS เพื่อประสานภาพรวมของทั้ง 50 เขตให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งในอนาคตข้อมูลชุดนี้จะถูกแปรเป็นข้อมูลเปิด (Open Data) ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และเป็นแพลตฟอร์มให้ประชาชนสามารถร้องเรียนปัญหารายเขตได้อีกช่องทางหนึ่ง

"ทีมคนทำงาน" ชี้ให้เห็นถึงเป้าหมายสำคัญสูงสุดว่า การจัดการเมืองในยุคต่อไปต้องไม่ใช่เพียงการใช้ข้อมูลเพื่อตามแก้ปัญหา (Reactive) เท่านั้น แต่จะต้องเป็นการคาดการณ์ก่อนที่ปัญหาจะเกิด และแก้ไขได้ทันท่วงที (Proactive) โดยไม่ต้องรอให้เกิดความเสียหายกับพี่น้องประชาชน

การบริหารมหานครอย่างกรุงเทพฯ ต้องการความใส่ใจในระดับพื้นที่อย่างลงลึก เข้าใจปัญหาทุกซอกซอย และแก้ปัญหาได้ในระดับเส้นเลือดฝอย แต่หลายครั้งสนามการเมืองท้องถิ่นถูกใช้เป็นพื้นที่ขับเคลื่อนอุดมการณ์ระดับชาติ จนอาจทำให้รายละเอียดของปัญหาในระดับพื้นที่ท้องถิ่นไม่ได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง

‘ทีมคนทำงาน’ จึงเชื่อมั่นในจุดยืนของการเป็น ‘อิสระ’ เพราะเมื่อเราไม่ต้องแบกรับวาระของพรรคการเมืองใด เราจึงสามารถทุ่มเททุกการตัดสินใจเพื่อเป้าหมายเดียว นั่นคือการลงลึกแก้ไขปัญหาจริงในพื้นที่ และยึดโยงกับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ได้อย่างเต็มศักยภาพ

“เพราะเมืองแก้ได้ด้วย Data-Driven นี่คือหลักประกันว่าทุกเสียงของคนกรุงเทพฯ จะถูกเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เปิดฐานข้อมูลให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบ และทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ 'เป็นไปได้' สำหรับทุกคน” เนติภูมิกล่าว

#ข่าวtiktok #คนทำงาน #กรุงเทพมหานคร #เลือกตั้ง #datadriven

6/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการนำแนวคิด Data-Driven มาใช้ในงานบริหารกรุงเทพมหานครนั้น ถือเป็นก้าวที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวิธีทำงานของ ส.ก. ทีมคนทำงานมองว่าการจัดการเมืองต้องอาศัยความละเอียดและความถูกต้องของข้อมูลมากกว่าความรู้สึกหรือประสบการณ์ส่วนตัว เพราะข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสามารถช่วยระบุปัญหาในแต่ละพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ และทำให้การใช้งบประมาณไม่สูญเปล่า ประสบการณ์ส่วนตัวในการติดตามปัญหาในกรุงเทพฯ พบว่าแต่ละเขตมีลักษณะและปัญหาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การใช้ระบบ BMC AI วิเคราะห์ดัชนีปัญหา 12 มิติจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ ส.ก. สามารถมองเห็นภาพรวมของปัญหาในระดับพื้นที่อย่างเป็นระบบ และยังสามารถวางแผนแก้ไขได้อย่างตรงจุด ข้อมูลเปิด (Open Data) ที่จะนำเสนอต่อประชาชนยังเพิ่มความโปร่งใสและส่งเสริมความมีส่วนร่วมของคนกรุงอีกด้วย นอกจากนี้ การที่ทีมคนทำงานยึดหลักการคาดการณ์และจัดการปัญหาก่อนเกิดขึ้นจริง (Proactive) แทนการรอแก้ไขภายหลัง (Reactive) จะช่วยลดความเสียหายและความไม่สะดวกของประชาชน การระบุประชากรแฝงซึ่งไม่ได้ขึ้นทะเบียนบ้านแต่ใช้งานเมืองจริง ช่วยให้การวางแผนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคตอบโจทย์ความต้องการจริงของชุมชนได้มากขึ้น ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ได้เห็นการพัฒนาในภาครัฐหลายครั้ง ผมเห็นว่าแนวทางของทีมคนทำงานเป็นวิธีที่สมเหตุสมผลและน่าเชื่อถือ เพราะเป็นการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่คำสัญญาหรือความตั้งใจดีเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะช่วยทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองที่พัฒนาอย่างยั่งยืน มีความโปร่งใส และประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันมากขึ้น สร้างความไว้วางใจและความรู้สึกว่าเมืองนี้เป็นของทุกคนอย่างแท้จริง