วันนี้ได้เจอเจ้าก้อนสีรุ้งแล้วนะ☁️🌈 #เมฆ #เมฆสีรุ้ง #iridescent
หลายคนเห็น “Iridescent Cloud” หรือ “เมฆสีรุ้ง” ครั้งแรกมักจะตกใจเหมือนกัน (เราก็เป็น!) เพราะมันเป็นก้อนเมฆที่มีสีรุ้งเหลือบ ๆ เหมือนมีฟิลเตอร์แสงอยู่บนท้องฟ้า เลยเผลอคิดว่าเกี่ยวกับมลพิษหรือสารเคมีอะไรหรือเปล่า สรุปแบบตรง ๆ: โดยทั่วไป “iridescent cloud อันตรายไหม?” คำตอบคือ “ไม่อันตราย” ค่ะ เมฆสีรุ้งเป็นปรากฏการณ์ทางแสง (optical phenomenon) ที่เกิดจากแสงอาทิตย์ไปกระทบหยดน้ำหรือผลึกน้ำแข็งขนาดเล็กมาก ๆ ในเมฆ แล้วเกิดการเลี้ยวเบน/แทรกสอดของแสง ทำให้เห็นเป็นสีรุ้งเป็นปื้น ๆ หรือเป็นขอบสีพาสเทลสวย ๆ ไม่ได้เป็นสัญญาณว่ามีสารพิษในอากาศโดยตรง แล้วทำไมบางวันถึงเห็น บางวันไม่เห็น? - มักเกิดกับเมฆบาง ๆ เช่น เมฆชั้นสูงหรือเมฆที่ขอบบางเป็นพิเศษ - ต้องมีหยดน้ำ/ผลึกน้ำแข็งที่มีขนาดใกล้เคียงกัน และเมฆไม่หนาจนบังแสง - มุมที่แสงอาทิตย์ตกกระทบสำคัญมาก บ่อยครั้งจะเห็นใกล้ดวงอาทิตย์ (หรือบริเวณที่แสงจ้า) ต่างจากรุ้งกินน้ำยังไง? - รุ้งกินน้ำมักเห็นเป็น “โค้ง” ชัดเจนหลังฝน ตรงข้ามดวงอาทิตย์ และเกิดจากการหักเห/สะท้อนในหยดฝน - เมฆสีรุ้งจะเป็น “ปื้นสี” หรือ “ขอบสี” ติดอยู่กับก้อนเมฆ และหลายครั้งอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่า ข้อควรรู้เรื่องความปลอดภัย (อันนี้สำคัญกว่าเมฆเอง) - เมฆสีรุ้งไม่อันตราย แต่การเงยจ้องใกล้ดวงอาทิตย์นาน ๆ อาจทำร้ายดวงตาได้ - ถ้าอยากถ่ายรูป แนะนำบังดวงอาทิตย์ด้วยตึก/ต้นไม้ หรือใช้มือบังแสง แล้วค่อยหามุมที่เห็นสีบนเมฆ - อย่าใช้กล้อง/กล้องส่องทางไกลเล็งเข้าดวงอาทิตย์โดยตรง เพราะเสี่ยงต่อดวงตาและเซ็นเซอร์กล้อง ถ้าเห็นเมฆสีรุ้ง แปลว่าสภาพอากาศจะเปลี่ยนไหม? - โดยมากไม่ได้เป็นสัญญาณอันตรายหรือพายุแบบเฉพาะเจาะจง เป็นแค่เงื่อนไขของเมฆและแสงที่เหมาะพอดีมากกว่า แต่ถ้าวันนั้นมีเมฆชั้นสูงเยอะขึ้น ก็อาจบอกได้ว่าความชื้นชั้นบนมากขึ้นเท่านั้นเอง สำหรับเรา การได้เห็นคำว่า “Iridescent Cloud” ของจริงคือฟีลเหมือนเจอของหายากบนท้องฟ้าเลยค่ะ ถ้าใครเจอแล้วสงสัยว่าอันตรายไหม ก็สบายใจได้—แค่ระวังเรื่องมองแดดโดยตรง แล้วสนุกกับการเก็บภาพเมฆสีรุ้งสวย ๆ ได้เลย










