เจอเซียนพระหลวงเข้าไปเป็นแบบไหนครับพี่ยังอีกเยอะ
ตอนแรกที่ได้ยินคำว่า “คนเซียนเขาไม่เรียนบทเดิม” ผมนึกว่าเป็นแค่ประโยคเท่ ๆ เอาไว้โพสต์ แต่พอได้เจอคนที่เขาถูกเรียกว่า “เซียน” ตัวจริง ๆ (ไม่ว่าจะเป็นสายความรู้ สายประสบการณ์ หรือสายทำงานภาคสนาม) ถึงเริ่มเข้าใจว่ามันคือ “นิสัยการคิด” มากกว่าคำคม สิ่งแรกที่ผมสังเกตได้คือ คนเซียนจะไม่รีบสรุป เขาจะดูข้อมูลให้ครบก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเหมือนมีเช็กลิสต์ในหัว เช่น เรื่องที่เคยพลาดมาแล้ว เขาจะจำ “สาเหตุ” ของความพลาดนั้น ไม่ใช่จำแค่ผลลัพธ์ พอรอบใหม่มา เขาจะเปลี่ยนวิธีทันที เช่น ถ้าเคยเชื่อคนง่าย รอบต่อไปเขาจะขอหลักฐาน ถ้าเคยใจร้อน รอบต่อไปเขาจะเว้นจังหวะให้ตัวเองคิดก่อน อีกอย่างคือ คนเซียนจะไม่เล่นเกมเดิมกับสถานการณ์เดิม ถ้าเห็นว่ากติกาไม่แฟร์หรือเสี่ยงซ้ำ เขาจะถอยเร็ว ไม่ฝืนพิสูจน์ตัวเอง ผมว่าอันนี้เอาไปใช้ได้กับชีวิตประจำวันมาก ๆ โดยเฉพาะเวลาต้องเจอคนพูดเก่ง ๆ หรือเจอสถานการณ์ที่ชวนให้ “หลงเชื่อ” วิธีของผมหลังจากนั้นคือใช้กฎง่าย ๆ 3 ข้อ: 1) ถามตัวเองว่า “เราเคยเจอแบบนี้แล้วจบยังไง” ถ้าเคยจบไม่สวย ให้ตั้งการ์ดทันที 2) แยก “เรื่องจริง” ออกจาก “เรื่องเล่า” คนเซียนจะสนใจหลักฐาน เช่น ที่มา ข้อเท็จจริง เวลา สถานที่ มากกว่าคำบอกเล่า 3) ตั้งขอบเขตความเสี่ยง เช่น จะเสียได้แค่ไหน จะให้ข้อมูลส่วนตัวระดับไหน ถ้าเกินกว่านี้คือหยุด จากข้อความในภาพที่พูดถึงการ “เคียงข้างประชาชน” และหน่วยงานอย่างตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ผมยิ่งรู้สึกว่าแก่นของคำว่าไม่เรียนบทเดิม คือทำทุกอย่างให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่ปล่อยให้ความประมาทเดิม ๆ กลับมาซ้ำอีก ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือการถูกหลอก ผมแนะนำให้เก็บหลักฐานไว้เสมอ (แชต สลิป ลิงก์ ชื่อบัญชี) แล้วปรึกษาช่องทางทางการ จะช่วยลดโอกาสพลาดซ้ำ สุดท้าย บทเรียนที่ผมได้คือ “ความเก่งไม่ใช่ไม่เคยพลาด แต่คือพลาดแล้วไม่ทำซ้ำ” ถ้าเราเริ่มจำรูปแบบความผิดพลาดของตัวเองได้ และเปลี่ยนพฤติกรรมให้ไวขึ้น เราก็กำลังเป็นคนที่ไม่เรียนบทเดิมเหมือนกัน


































