# รีวิว MacBook Neo หลังใช้งานจริง 2 สัปดาห์

น่าเสียดายตอนนี้ราคาขึ้นแล้วครับ😣😣😣

เริ่มต้นที่ 24,900 บาท

ถ้าพูดถึงโน้ตบุ๊กที่เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงานเอกสารในปีนี้ MacBook Neo ถือเป็นอีกเครื่องที่น่าสนใจมาก ด้วยจุดเด่นเรื่องความเบา ดีไซน์สวย แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน และประสิทธิภาพที่แรงเกินคาดจากชิป Apple A18 Pro

หลังจากใช้งานจริงประมาณ 2 สัปดาห์ ผมมองว่า MacBook Neo เป็นเครื่องที่ “ใช้งานแล้วสบาย” มาก ทั้งในเรื่องการพกพา ความลื่นไหลของระบบ และการทำงานร่วมกันระหว่าง Hardware และ Software ของ Apple

## ดีไซน์และวัสดุ

ตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียมทั้งเครื่องตามมาตรฐานของ Apple ให้ความรู้สึกแข็งแรงและพรีเมียม มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Silver, Blush, Citrus และ Indigo ดีไซน์ยังคงเรียบหรูในสไตล์ MacBook และมีน้ำหนักเพียงประมาณ 1.23–1.24 กิโลกรัม ทำให้เหมาะกับการพกไปเรียนหรือทำงานนอกสถานที่มาก

## หน้าจอ

MacBook Neo มาพร้อมหน้าจอ Liquid Retina ขนาด 13 นิ้ว รองรับสีสันถึง 1 พันล้านสี ความละเอียด 3.6 ล้านพิกเซล และความสว่างสูงสุด 500 nits สีสันค่อนข้างสวยและคมชัด เหมาะทั้งกับการดูหนัง ทำงานเอกสาร หรือแต่งภาพทั่วไป

จุดที่ชอบมากคือ “ไม่มี Notch” ทำให้หน้าจอดูสะอาดตาและใช้งานได้เต็มพื้นที่

## ประสิทธิภาพการใช้งาน

หัวใจหลักของเครื่องคือชิป Apple A18 Pro แบบ CPU 6-Core และ GPU 5-Core ทำงานร่วมกับ RAM 8GB และความจุ 256GB หรือ 512GB

จากการใช้งานจริง ผมมองว่าประสิทธิภาพโดยรวมดีเกินคาดมาก โดยเฉพาะงานทั่วไป เช่น เปิด Safari หลายแท็บ ทำเอกสาร ใช้งาน Affinity หรือดูวิดีโอ เครื่องทำได้ลื่นไหลทั้งหมด และเมื่อใช้งานบน macOS Tahoe ก็ถือว่ารองรับได้ดีมาก

ผมยังลองใช้งาน DaVinci Resolve ด้วย ซึ่งสามารถใช้งานได้จริง แต่เมื่อเริ่มตัดต่อหนักหรือเรนเดอร์วิดีโอ เครื่องจะเริ่มร้อนและมีอาการหน่วงเร็วพอสมควร เนื่องจากตัวเครื่องเป็นระบบระบายความร้อนแบบไม่มีพัดลม (Fanless)

โดยรวมจึงเหมาะกับงานทั่วไป งานเอกสาร แต่งภาพ และตัดต่อระดับเบามากกว่า

## คีย์บอร์ดและ Trackpad

คีย์บอร์ดของ MacBook Neo เป็น Magic Keyboard ที่ออกแบบสีให้เข้ากับตัวเครื่อง ดูสวยและกลมกลืน การพิมพ์ถือว่าใช้งานได้ดีตามมาตรฐาน MacBook

ส่วน Trackpad เป็นแบบ Mechanical ไม่ใช่ Force Touch แบบรุ่นพี่ แต่ยังรองรับ Multi-Touch Gesture ครบ เช่น การซูม หรือการปัดเปลี่ยนหน้า

## การเชื่อมต่อ

เครื่องให้พอร์ต USB-C มา 2 ช่อง โดยช่องแรกที่อยู่ใกล้หน้าจอเป็น USB 3.1 Gen 2 ความเร็ว 10Gb/s เหมาะสำหรับต่อ External SSD หรือจอภาพภายนอก

ส่วนอีกช่องเป็น USB 2.0 ซึ่งเหมาะกับการชาร์จไฟมากกว่า ตรงนี้ถือเป็นข้อจำกัดที่น่าเสียดาย เพราะถ้าทั้งสองช่องเป็น USB 3 จะสมบูรณ์กว่านี้มาก

นอกจากนี้ยังมีช่องหูฟัง 3.5 มม. รองรับหูฟัง High-Impedance รวมถึงรองรับ Wi-Fi 6E และ Bluetooth 6.0 ด้วย

## แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ถือว่าอยู่ในระดับดีสำหรับการใช้งานทั่วไป

* งานเอกสารและท่องเว็บ ใช้งานได้ประมาณ 7 ชั่วโมงขึ้นไป

* แต่งภาพและตัดต่อวิดีโอรวมกัน อยู่ได้ประมาณ 3 ชั่วโมง

* เล่นเกม 2D อยู่ได้ประมาณ 4 ชั่วโมง

ตัวเครื่องรองรับชาร์จสูงสุด 45W แม้ในกล่องจะแถมอะแดปเตอร์ 20W มาให้

## เล่นเกมได้ไหม?

แม้จะไม่ใช่เครื่องเกม แต่ผมลองเล่นเกมอย่าง Terraria และ Stardew Valley ก็ถือว่าเล่นได้สบายมาก โดยเฉพาะเกม 2D ที่ไม่ได้ใช้กราฟิกหนัก

ตรงนี้ทำให้เห็นว่า Hardware และ Software ของ Apple ทำงานร่วมกันได้ดีจริง

## ข้อดี

* ตัวเครื่องเบาและพกง่าย

* ดีไซน์สวย งานประกอบพรีเมียม

* หน้าจอสวย ไม่มี Notch

* macOS ลื่นและเสถียร

* ประสิทธิภาพดีเกินคาดสำหรับงานทั่วไป

* แบตเตอรี่ใช้งานได้ดี

* เหมาะกับคนที่ใช้ iPhone หรือ iPad อยู่แล้ว

## ข้อเสีย

* RAM 8GB ถือว่าพอดีจนเกือบไม่พอ ถ้าได้ 12GB จะดีกว่านี้มาก

* USB-C ควรเป็น USB 3 ทั้งสองช่อง

* ไม่มีไฟใต้คีย์บอร์ด

* งานหนักต่อเนื่องจะร้อนและ Throttling ค่อนข้างไว

## สรุป

หลังใช้งานจริง 2 สัปดาห์ ผมมองว่า MacBook Neo เป็นโน้ตบุ๊กที่เหมาะมากสำหรับนักเรียน นักศึกษา คนทำงานเอกสาร หรือคนที่ต้องพกเครื่องออกนอกสถานที่บ่อยๆ

มันอาจไม่ใช่เครื่องสำหรับสายตัดต่อหนักหรือทำงานระดับโปร แต่สำหรับการใช้งานทั่วไป MacBook Neo ถือว่าให้ประสบการณ์ที่ดีมาก ทั้งความลื่นไหล ความเสถียร และความสะดวกในการใช้งาน

ถ้าใครกำลังมองหา Notebook หรือ Laptop สำหรับเรียน ทำงานเอกสาร หรืออยากเริ่มเข้าสู่โลก MacBook เครื่องนี้ถือว่า “น่าซื้อ” มากครับ

#macbookราคานักศึกษา

#รีวิวmacbook

#Lemon8

#macbookneo

#MacBook

6/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ใช้งาน MacBook Neo จริงหลังสองสัปดาห์ ผมพบว่าเครื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโน้ตบุ๊กน้ำหนักเบาแต่ยังคงประสิทธิภาพดีพอสำหรับงานประจำวันอย่างการเปิดเว็บหลายแท็บ ทำงานเอกสาร หรือตกแต่งภาพเบื้องต้น หน้าจอ Liquid Retina คุณภาพสูงที่ไม่มี Notch ช่วยเพิ่มพื้นที่การใช้งานเต็มตาและสีสันที่สวยแบบธรรมชาติ ซึ่งเหมาะมากกับการดูหนังหรือแก้ไขรูปภาพที่ไม่ซับซ้อน ในด้านประสิทธิภาพ ชิป Apple A18 Pro พร้อม CPU 6-Core และ GPU 5-Core สามารถจัดการงานทั่วไปได้ไหลลื่นกว่า MacBook Air รุ่นก่อนประมาณ 10% แต่สำหรับงานตัดต่อวิดีโอหนักๆ หรือเรนเดอร์ไฟล์ขนาดใหญ่ เครื่องอาจเจออาการร้อนและหน่วงได้ เนื่องจากไม่มีพัดลมระบายความร้อน จึงเหมาะกับงานตัดต่อเบา ๆ หรือใช้โปรแกรมอย่าง DaVinci Resolve ในระดับเริ่มต้นมากกว่า การเชื่อมต่อถือว่าใช้ได้สำหรับการใช้งานทั่วไป แต่พอร์ต USB-C ช่องที่สองยังเป็น USB 2.0 ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดถ้าคุณต้องการความเร็วสูงในการโอนถ่ายข้อมูล คีย์บอร์ด Magic Keyboard สีสันสวยงามเข้ากับตัวเครื่อง ให้การพิมพ์ที่สะดวกสบายแม้ไม่มีไฟใต้คีย์บอร์ด ส่วน Trackpad แบบ Mechanical รองรับท่าทาง Multi-Touch ครบถ้วนสำหรับ macOS สำหรับแบตเตอรี่ แม้ใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 7 ชั่วโมงสำหรับงานเอกสารและท่องเว็บ ถือว่าเพียงพอสำหรับวันทำงานหรือเรียนแบบเดินทาง ส่วนการชาร์จรองรับสูงสุด 45W แม้ในกล่องแถมอะแดปเตอร์ 20W มาให้ก็ตาม โดยรวม MacBook Neo จึงเหมาะสำหรับใครที่มองหาโน้ตบุ๊กที่น้ำหนักเบา พกพาง่าย ดีไซน์เรียบหรู และรองรับการใช้งานทั่วไปแบบลื่นไหล หากคุณใช้ iPhone หรือ iPad อยู่แล้ว ก็จะได้รับประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ดีมากขึ้น ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงานเอกสารที่ต้องการเครื่องพกพาและใช้งานได้คล่องตัว

ค้นหา ·
macbook neo รีวิว

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ มนตรี
มนตรี

เปิดแค่เว็บ 30 แทป นี่ไหวไหมครับ

ดูเพิ่มเติม(1)