Automatically translated.View original post

Take the raid to the Redmi Note 15 Series launch party, go crazy!

Take the raid to the Redmi Note 15 Series launch party, crazy! 4 years of battery insurance?

Invade the Redmi Note 15 Pro + launch event, the real thing is beautiful!

The specs come to an end. 1.5K 120Hz display. 100W sensitive charging (plus charging head!)

But at the peak is four years of battery insurance 😱, crazy! And you, fern leaves, smash prints, makonfirm, strength by yourself, starting at 6, xxx baht, worth confusing!

Who doesn't want to miss the launch pro? Poke a quick basket!

Redmi Note 15 Pro + 5G

S > https://s.shopee.co.th/8fM98hhZbh

L > https://s.lazada.co.th/s.ZYa1iz

T > /

Redmi Note 15 Pro 5G

S > https://s.shopee.co.th/9AIPjlkhDL

L > https://s.lazada.co.th/s.ZYa1QO

T > /

Redmi Note 15 5G

S > https://s.shopee.co.th/3Ve2zQ8z3I

L > https://s.lazada.co.th/s.ZYa1Kj?cc

T > /

Redmi Note 15

S > https://s.shopee.co.th/8KjIkN6MPf

L > https://s.lazada.co.th/s.ZYa1oe?cc

T > /

# RedmiNote15 Series # REDMI Tough Titan # XiaomiThailand # Redmi # squidmanexe

1/16 Edited to

... Read moreหลายคนถามหลังงานเปิดตัวว่า Redmi Note 15 Series แต่ละรุ่นต่างกันยังไง แล้วรุ่นไหนเหมาะกับเรา ระหว่าง Redmi Note 15 4G / Redmi Note 15 5G / Redmi Note 15 Pro 5G / Redmi Note 15 Pro+ 5G ผมสรุปมุมมองแบบคนไปดูของจริงมาให้ (เผื่อช่วยตัดสินใจก่อนกดสั่ง) 1) จุดขายที่ทำให้ซีรีส์นี้น่าเดินไปจับ: “ประกันแบต 4 ปี” อันนี้คือไฮไลต์ที่คนในงานพูดถึงเยอะมาก เพราะไม่ค่อยเห็นในมือถือระดับราคานี้ โดยจากข้อมูลที่เห็นในงานจะมี “รับประกันแบตเตอรี่ 4 ปี (48 เดือน)” และมีสิทธิ์ “เปลี่ยนแบตฟรี 1 ครั้ง” ภายในเงื่อนไขที่กำหนด แนะนำให้เช็กเพิ่มตอนซื้อว่าเป็นเครื่องศูนย์ไทยไหม, ต้องลงทะเบียนอะไรหรือเปล่า, และเงื่อนไขแบตเสื่อมต้องต่ำกว่าเกณฑ์เท่าไหร่ถึงเปลี่ยนได้ (ส่วนใหญ่จะมีเปอร์เซ็นต์สุขภาพแบตเป็นตัววัด) 2) ถ้าเล็งตัวท็อป: Redmi Note 15 Pro+ 5G เหมาะกับคนชอบจอและชาร์จไว สิ่งที่ผมรู้สึกเด่นมากคือ “จอ 1.5K CrystalRes AMOLED 120Hz” ภาพคมและลื่น เหมาะกับคนดูคอนเทนต์/เล่นโซเชียลหนัก ๆ และอีกอย่างที่สะดุดคือ “ชาร์จเร็ว 100W” ที่สำคัญคือแถมหัวชาร์จมาให้ในกล่อง (สายชาร์จ+อะแดปเตอร์) ใครที่เบื่อซื้อหัวชาร์จแยกน่าจะถูกใจ 3) เรื่องสเปคชิป/ความแรง: ถามตัวเองก่อนว่าใช้หนักแค่ไหน ในงานมีพูดถึง Snapdragon 7s Gen 4 (ในไลน์ Pro+) ถ้าคุณใช้งานแนวเล่นเกมบ้าง ตัดต่อเบา ๆ เปิดหลายแอป กลุ่ม Pro/Pro+ จะตอบโจทย์กว่า ส่วนรุ่นเริ่มต้นจะเหมาะกับใช้งานทั่วไป เน้นคุ้มค่าและประหยัดงบ 4) กล้อง 200MP เหมาะกับสายถ่ายรูป แต่ดู “สไตล์ภาพ” ด้วย สเปคกล้อง 200MP ฟังแล้วว้าว แต่แนะนำให้ลองดูตัวอย่างภาพจริง/รีวิวเทียบก่อนว่าโทนสีที่ได้ตรงใจไหม และที่สำคัญคือกันสั่น+การถ่ายกลางคืน เพราะตัวเลขพิกเซลไม่ได้บอกทุกอย่าง 5) Redmi Note 15 4G vs 5G เลือกยังไงดี? ถ้าคุณใช้แพ็กเน็ต 5G อยู่แล้ว หรือมีแผนจะใช้มือถือยาว ๆ 2-4 ปี รุ่น 5G จะ “กันอนาคต” มากกว่า แต่ถ้าส่วนใหญ่ใช้ Wi‑Fi, เล่นโซเชียล ดูยูทูบ และอยากได้ราคาดีที่สุด รุ่น 4G ก็อาจคุ้มกว่า (แต่อย่าลืมเทียบโปรช่วงเปิดตัว เพราะบางที 5G ลดแล้วราคาใกล้กัน) 6) รุ่น 512GB ควรซื้อไหม (เช่น Xiaomi/Redmi Note 15 Pro 5G 512GB) ถ้าคุณถ่ายวิดีโอเยอะ โหลดเกมใหญ่ หรือใช้เครื่องยาว ๆ ความจุ 512GB ช่วยลดความเครียดเรื่องพื้นที่ได้มาก โดยเฉพาะคนที่ไม่อยากคอยลบรูป/ย้ายไฟล์ตลอดเวลา แต่ถ้าใช้งานทั่วไปและมีคลาวด์อยู่แล้ว ความจุเริ่มต้นอาจพอ 7) เช็กราคาและของแถมช่วงเปิดตัวให้ละเอียด ในงานจะมีโปรและของแถมที่ทำให้ “คุ้มกว่าปกติ” เช่น ส่วนลดทันที/คูปอง/ของแถม/ประกันเพิ่ม บางช่วงราคาเริ่มต้นเห็นพูดกันประมาณ 6,699 ไปจนถึง 14,990 บาท (แล้วแต่รุ่น/ความจุ) ดังนั้นก่อนกดซื้อ ผมแนะนำให้เทียบ 3 อย่าง: ราคาสุทธิหลังคูปอง, ของแถมในกล่อง (โดยเฉพาะหัวชาร์จ 100W), และเงื่อนไขประกันแบต 4 ปี สรุปสั้น ๆ ถ้าคุณอยากได้จอสวยลื่น + ชาร์จโหด + ฟีลเรือธงในงบคุ้ม ๆ ผมมองว่า Redmi Note 15 Pro+ 5G คือรุ่นที่คนส่วนใหญ่น่าจะเล็ง แต่ถ้าเน้นประหยัดและใช้งานทั่วไป รุ่น Redmi Note 15 4G/5G ก็ยังน่าเล่น โดยเฉพาะเมื่อมีประกันแบต 4 ปีเป็นตัวชูโรง