อยากทำสีผมจังเลย แต่… 💇🏻♀️💇♀️💇🏼♀️
เราเชื่อว่าใครหลายคนในที่นี้กำลังสนใจที่จะเปลี่ยนสีผมอยู่ใช่ไหมคะ?
เราก็เป็นคนนึงที่เคยลังเลมากๆ เพราะผมเดิมเราค่อนข้างสุขภาพดี และกลัวว่าการทำสีผมจะทำให้สุขภาพผมเราเปลี่ยนไป
และตอนนี้ เราก็ได้ตัดสินใจเปลี่ยนสีผมเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ เพราะอยากเปลี่ยนลุคบ้าง ผลก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดเลยค่ะ Happyกับสีผมมากขึ้นเรื่อยๆ เราจึงเขียนโพสต์นี้ขึ้นมา เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจให้กับใครหลายๆคนที่รู้สึกลังเลอยู่นะคะ
เนื่องด้วยเราไม่ค่อยมีความรู้เรื่องการทำสีผม ครั้งแรกเลยตัดสินใจทำกับช่างก่อน เพื่อให้ได้สีที่ใกล้เคียงกับสีที่ต้องการที่สุด
เราค่อนข้างซีเรียสกับเรื่องสุขภาพผม เราเลยเลือกที่จะทำแบบไม่ฟอกสีผมก่อน แล้วค่อยๆเปลี่ยนสีไปทีละนิด(เนื่องด้วยไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองด้วยค่ะ กลัวหน้าเปลี่ยนแบบกะทันหัน😂)
❤️เปลี่ยนสีครั้งแรกแบบไม่ฟอกสีผม💇🏽♀️
ข้อดี
-ผมไม่เสียหายหนักเกินไป
-เปลี่ยนลุคแบบเบาๆผมไม่เสียหายหนักมาก
-แต่งตัว แต่งหน้าสนุกขึ้น
-แอบคิดว่าผิวหน้าสว่างขึ้นนิดหน่อยค่ะ
ข้อเสีย
-อาจจะไม่ได้สีผมตรงตามที่ต้องการ ขึ้นอยู่กับสีผมเดิม
-ผมเริ่มแห้ง ต้องบำรุงหนักขึ้น
-ควรเติมโคนภายใน4-6สัปดาห์
-เปลืองตังค่ะ 😂😂😂
❤️เปลี่ยนสีแบบฟอกสีผม💇🏼♀️(แบบฟอกแค่1ครั้ง)
ข้อดี
-ได้สีผมที่ใกล้เคียงสีที่ต้องการ
-เปลี่ยนลุค แตกต่างไปจากเดิมมากขึ้น
-แต่งตัวตาม(ไอดอล)ที่ชอบได้ง่ายขึ้น
-ผิวหน้าสว่างขึ้น
ข้อเสีย
-ผมแห้งแบบสุด ต้องบำรุงหนักมากขึ้น
-ควรเติมโคนภายใน4-6 สัปดาห์
-สีผมเฟดตามกาลเวลา (สีที่ชอบจะอยู่กับเราไม่นาน)
-เหมือนเดิมค่ะ เปลืองตัง😂 (ค่าช่าง,ค่าออยล์บำรุง,ถ้าทำเองก็ค่าน้ำยาทำสีผม)
พิกัดร้านทำผม power plus hair (เมืองสมุทรสาคร)
ไอจีร้านชื่อ : powerplushair
แบบไม่ฟอกสี: 2,500 ฿
แบบฟอกสี : 3,500 ฿
**ขึ้นอยู่กับความยาว และสภาพผมของแต่ละคนนะคะ
ถ้าคุณกำลังเสิร์ชคำว่า “สีผม” แล้วลังเลว่าจะทำดีไหม เราอยากสรุปเป็นแนวทางแบบคนเคยลองจริงให้ค่ะ เพราะตอนแรกเราก็กลัวมากว่าพอทำสีแล้วผมจะพัง ดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือหน้าเปลี่ยนจนไม่มั่นใจ 1) เลือกเฉดสีผมให้เข้ากับเรา (แบบไม่ต้องคิดเยอะ) - ถ้าผมเดิมดำมากและไม่อยากฟอก: โทนน้ำตาลช็อกโกแลต/น้ำตาลเข้ม/น้ำตาลประกายหม่น จะขึ้นสีง่ายกว่า และยังดูสุภาพ เหมาะกับมือใหม่ - ถ้าอยากได้ความสว่างแบบ “เห็นชัด”: มักต้องมีการฟอก 1 ครั้งขึ้นไป สีจะใกล้เรฟมากกว่า แต่ต้องยอมรับเรื่องผมแห้งและการดูแล - ทริคเล็กๆ: ลองเลือกสีที่ “สว่างกว่าสีเดิม 1–2 ระดับ” ก่อน จะเปลี่ยนลุคแบบละมุน ไม่ช็อกตัวเอง 2) ก่อนทำสีควรเตรียมผมยังไง - 1 สัปดาห์ก่อนทำ: ลดการหนีบ/ม้วนร้อน และอย่าเพิ่งทำเคมีซ้ำ (ยืด/ดัด) - ถ้าผมแห้งอยู่แล้ว: เน้นหมักผม/ทรีตเมนต์ให้ชุ่มก่อน จะช่วยให้หลังทำสีผมไม่กรอบเกินไป - วันทำสี: ไม่ต้องสระผมใหม่เอี่ยมมากก็ได้ (บางคนชอบเว้น 1 วัน) เพื่อช่วยลดการระคายเคืองหนังศีรษะ 3) หลังทำสีผม ดูแลยังไงให้สีสวยและผมไม่ฟู - เปลี่ยนเป็นแชมพูสำหรับผมทำสี และสระด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำเย็น จะช่วยให้สีเฟดช้าลง - ถ้าโทนน้ำตาลหม่น/ผมฟอกแล้วมีติดส้มง่าย: แชมพูม่วง/แชมพูตัดส้ม (เช่นที่เห็นในรูป “GOOD BYE ORANGE”) ช่วยคุมโทนได้ดี แต่ไม่ควรใช้ทุกวัน ลองเริ่มสัปดาห์ละ 1–2 ครั้งก่อน - หลังสระ: ลงครีมนวด/มาสก์ แล้วตามด้วยออยล์บำรุงช่วงกลางผมถึงปลายผม (เลี่ยงโคน) ผมจะดูเงาและจัดทรงง่ายขึ้น 4) เรื่องเติมโคนและงบประมาณที่ควรรู้ - โดยทั่วไปโคนจะเริ่มชัดในช่วงประมาณ 4–6 สัปดาห์ โดยเฉพาะสีที่สว่าง - ถ้าอยากประหยัด: เลือกทำสีแบบ “โคนธรรมชาติ/ไล่สี” ตั้งแต่แรก จะยืดระยะเติมโคนได้ - กันงบไว้สำหรับการบำรุงด้วยค่ะ เพราะค่าของดูแล (ทรีตเมนต์/ออยล์/แชมพูเฉพาะทาง) เป็นส่วนที่ทำให้ผมรอดจริงๆ ถ้าให้เราแนะนำแบบคนขี้กลัวผมเสียเหมือนกัน: เริ่มจาก “ทำสีผมแบบไม่ฟอก” ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะไปทางฟอกทีหลังดีไหม จะได้รู้ว่าตัวเองชอบลุคไหน และรับมือการดูแลไหวแค่ไหนค่ะ





