เอาเรื่อง ! เครื่องบดเมล็ดกาแฟแบบที่ใช้ในคาเฟ่

6/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลังจากถอยเครื่องบดกาแฟ Duchess CG9350B มาใช้ (รุ่นที่หน้าตาเหมือนในคาเฟ่ๆ หน่อย) ขอมาแชร์แบบละเอียดขึ้น เผื่อใครกำลังลังเลว่า “คุ้มค่าไหม” และเหมาะกับการใช้งานแบบไหนนะคะ อย่างแรกที่ชอบคือเครื่องรองรับก้านชง 51 และ 58 mm. มีแท่นวางก้านชง ทำให้บดลงพอร์ทาฟิลเตอร์ได้เลย ลดเลอะเทอะบนเคาน์เตอร์ไปเยอะมาก โดยเฉพาะคนชงบ่อยๆ ตอนเช้า ความสะดวกตรงนี้ช่วยประหยัดเวลาสุดๆ เรื่องการปรับความละเอียด รุ่นนี้ปรับได้ละเอียดถึง 30 เบอร์ (ระดับ) ถือว่าครอบคลุมการชงหลายสไตล์พอสมควร ถ้าชงเอสเพรสโซ่จะได้สนุกกับการไล่เบอร์เพื่อหาจุดที่ “ไหลสวย” ตามที่เราชอบ ส่วนใครทำดริป/เฟรนช์เพรส ก็สามารถขยับไปโซนหยาบขึ้นได้เช่นกัน (ทริคของเรา: เปลี่ยนเมล็ดหรือเปลี่ยนความเข้มคั่ว ควรลองขยับทีละ 1–2 เบอร์ก่อน อย่าเพิ่งกระโดดทีเดียวเยอะๆ จะจับทางง่ายกว่า) อีกจุดที่ถูกใจคือโถจุเมล็ดกาแฟ 250 กรัม ความจุประมาณนี้เหมาะกับคนทำกาแฟทุกวัน แต่ไม่อยากเติมบ่อย อย่างไรก็ตาม ถ้าเน้นความหอมสดใหม่ แนะนำเทเมล็ดเท่าที่จะใช้ 2–3 วัน หรือเก็บเมล็ดในภาชนะปิดสนิทแล้วค่อยเติม จะช่วยให้รสชาติคงที่กว่า เพราะเมล็ดโดนอากาศนานๆ กลิ่นจะดรอปค่ะ หน้าจอดิจิตอลเป็นอีกอย่างที่ทำให้ใช้งานง่ายขึ้น เวลาอยากได้ปริมาณเดิมๆ เครื่องแนวนี้จะช่วยให้ “ทำซ้ำได้” ดีขึ้น โดยเฉพาะถ้าชงให้หลายคนในบ้าน รสชาติไม่แกว่งมาก แต่ถ้าอยากแม่นยำสุดๆ เราชอบใช้ตาชั่งช่วยชั่งกรัมร่วมด้วย จะคุมความเข้มได้ดีกว่าอาศัยเวลาอย่างเดียว เรื่องความคุ้มค่า สำหรับเรา CG9350B คุ้มในมุมคนที่อยากอัปเกรดจากเครื่องบดเล็กๆ ให้ได้ฟีลคาเฟ่ ใช้งานกับก้านชงจริงจัง และอยากได้ช่วงปรับละเอียดที่พอไล่ช็อตเอสเพรสโซ่ได้ แต่ถ้าใครชงนานๆ ต่อวันปริมาณเยอะมากๆ หรือซีเรียสการแข่งขัน อาจต้องดูรุ่นที่โปรขึ้นไปอีก ข้อสังเกตเล็กๆ ก่อนซื้อ: เผื่อพื้นที่บนเคาน์เตอร์ไว้ เพราะตัวเครื่องสีดำทรงคาเฟ่จะค่อนข้างกินพื้นที่ และแนะนำทำความสะอาดบริเวณทางออกผง/แท่นวางก้านชงเป็นประจำ เพื่อลดผงตกค้างและกลิ่นเก่าๆ สรุปสั้นๆ Duchess CG9350B เป็นเครื่องบดที่ตอบโจทย์สายชงที่บ้านแบบจริงจัง ฟีเจอร์ครบ ใช้งานสะดวก ปรับได้ 30 ระดับ โถ 250 กรัม รองรับ 51/58 mm ถ้าไล่ช็อตเองบ่อยๆ เราว่ามีโอกาส “คุ้มค่า” สูงค่ะ

ค้นหา ·
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ ยี่ห้อไหนดี