Automatically translated.View original post

What color is Light Therapy suitable for? ✨

Light Therapy is the use of light wavelengths to help skin care without pain, without recovery. 🌟

Each "color" gives a different effect. Choose where the skin is clearer!

• 🟦 Blue 415 nm Help Care for Acne Inflammation / Clogs, Reduce Acne, Oil, Reveal Smoother Skin

• 🟡 Yellow 590 nm with Aura, Bright Skin, Blood Circulation Stimulator, Fits Melasma / Dark Spots

• 🟩 Green 525 nm Dull skin, redness black marks, uneven skin tone, helps smooth skin tone up

• 🔴 Red 640 nm Decelerating Line Collagen Stimulation Wrinkle Reduction Bounce Tight Skin Healthy

Who suits

People who want to restore gentle skin, enhance other treatments, can do laser / acne back, reduce irritation 💆🏻‍♀️

Trick

Apply sunscreen every day + leave thick makeup on the day to make the results smoother and clearer faster than before. ✅

CTA

Not sure which color should start? Comment tells the skin / budget problem. I'll recommend the special formula for free. 💬

# Acne # Acne marks # Delay age # Lighttherapy # Claulagen

2025/9/2 Edited to

... Read moreRed Light Therapy คืออะไร? Red Light Therapy (บางที่เรียก LED แสงสีแดง) คือการใช้แสงความยาวคลื่นช่วงสีแดง—ในคลินิกมักเจอประมาณ 630–660 nm (เช่น 640 nm) เพื่อกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูของผิวแบบไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น จุดเด่นคือ “อ่อนโยน” เลยชอบถูกใช้เป็นตัวเสริมหลังทำทรีตเมนต์อื่น ๆ หรือวันที่ผิวล้า ๆ Red light ช่วยอะไรบ้าง (ประโยชน์ที่คนส่วนใหญ่หาใน Google) 1) ชะลอวัย/ริ้วรอย: แสงสีแดงมีส่วนช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวดูแน่นขึ้น เส้นริ้วเล็ก ๆ ดูนุ่มลง ผิวดูสุขภาพดีขึ้น เหมาะกับคนที่เริ่มมีริ้วรอยหรืออยากบูสต์ผิวแบบไม่แรง 2) ลดการอักเสบของสิว: ถึงแสงสีน้ำเงินจะเด่นเรื่องฆ่าเชื้อ P. acnes แต่ “แสงสีแดง” จะเด่นในมุมช่วยปลอบผิว ลดความแดงและการอักเสบ ทำให้ช่วงสิวอักเสบ/สิวขึ้นซ้ำ ๆ ดูสงบลงได้ (โดยเฉพาะใช้เสริมกับการรักษาหลัก) 3) ฟื้นฟูผิวหลังทำหัตถการ: หลายคนทำหลังเลเซอร์/กดสิว เพราะช่วยลดระคายเคือง ผิวดูฟื้นไวขึ้น รู้สึกแสบแดงน้อยลงในบางเคส ใครเหมาะกับ Red Light Therapy - คนที่เริ่มกังวลเรื่องริ้วรอย ผิวไม่ค่อยเด้ง แต่งหน้าติดยาก - คนที่เป็นสิวอักเสบแล้วผิวแดงง่าย อยากได้ตัวช่วยปลอบผิว - คนที่ทำทรีตเมนต์/เลเซอร์แล้วอยากให้ผิวค่อย ๆ ฟื้นแบบละมุน ทำบ่อยแค่ไหนถึงเวิร์ก? ส่วนตัวมองว่าแสงบำบัดเป็นแนว “ทำสม่ำเสมอแล้วค่อยเห็นผล” มากกว่าทำครั้งเดียวแล้วเปลี่ยนทันที ถ้าอยากเห็นความต่างเรื่องความเด้ง/ความเนียน แนะนำวางเป็นคอร์สหรือทำต่อเนื่องสักระยะ (ความถี่ขึ้นกับเครื่องและการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ) ทริคให้เห็นผลไวขึ้นแบบคนผิวแพ้ง่ายก็ทำได้ - กันแดดทุกวัน สำคัญมาก เพราะถ้ากลางวันผิวโดน UV หนัก ๆ ผลลัพธ์เรื่องริ้วรอย/รอยแดงจะช้าลง - วันทำเลี่ยงเมคอัพหนา ๆ และงดสกินแคร์ที่ระคายเคืองง่าย (เช่น กรดแรง ๆ/เรตินอล) ถ้าผิวกำลังอ่อนแอ - หลังทำเน้นมอยส์เจอไรเซอร์/ครีมปลอบประโลม ช่วยล็อกความชุ่มชื้น ผิวดูฟูขึ้น ถ้าไม่แน่ใจว่าควรเลือกแดงอย่างเดียวหรือทำคู่สีอื่น - สิวอักเสบหนัก/มันมาก: มักจับคู่ “น้ำเงิน + แดง” (น้ำเงินช่วยเรื่องเชื้อและความมัน แดงช่วยลดอักเสบ) - เน้นริ้วรอย/ผิวล้า: “แดง” เป็นตัวหลัก แล้วค่อยเสริมสีอื่นตามปัญหา เช่น เหลืองเรื่องความกระจ่างใส หรือเขียวเรื่องรอยดำรอยแดง หมายเหตุเล็กน้อย: ถ้ามีโรคผิวหนังบางชนิด ใช้ยาที่ไวต่อแสง หรือกำลังตั้งครรภ์ ควรถามแพทย์/ผู้เชี่ยวชาญก่อน เพื่อความปลอดภัยและเลือกความเข้มแสงให้เหมาะกับผิวเรา