Automatically translated.View original post

D.Dee Acne Reduction Gel

1/4 Edited to

... Read moreสำหรับคนที่กำลังเล็ง D.Dee ลดรอยสิว / D.Dee Scar Gel แล้วสงสัยว่า “ใช้อันไหนก่อน” เราสรุปจากที่ลองใช้เองให้แบบเข้าใจง่าย (แนวคนเป็นสิวแล้วอยากให้รอยจางไวที่สุด) ลักษณะเนื้อเจล + ความรู้สึกตอนใช้ เนื้อเจลซึมค่อนข้างไว ไม่หนักผิว เหมาะกับคนที่มีรอยสิวทั้งรอยดำ รอยแดง และผิวต้องการความชุ่มชื้นด้วย เราใช้แล้วไม่รู้สึกแสบหรือยิบๆ (แต่ถ้าใครผิวบอบบาง แนะนำเทสต์หลังหูก่อน 1 วันนะ) ทา D.Dee Scar Gel “ขั้นตอนไหน” ถึงจะเวิร์ก ลำดับที่เราทำแล้วไม่เป็นขุยและแต่งหน้าต่อได้: 1) ล้างหน้า 2) โทนเนอร์/เอสเซนส์ (ถ้ามี) รอให้ซึม 3) D.Dee Scar Gel (เน้นแต้มเฉพาะจุดที่เป็นรอย หรือทาบางๆ บริเวณที่มีรอยสิวเยอะ) 4) มอยส์เจอไรเซอร์ 5) ตอนเช้าตามด้วยกันแดด สรุปสั้นๆ: โดยทั่วไปให้ทา “เจลลดรอยสิว” หลังขั้นตอนน้ำๆ และก่อนครีมที่หนักกว่า เพื่อให้ตัวยาทำงานกับผิวได้เต็มที่ ทาวันละกี่ครั้งดี? บนรีวิวหลายๆ ที่จะทาวันละ 2-3 ครั้ง เราก็ทำตามนี้ โดยเน้นเช้า-ก่อนนอนเป็นหลัก ถ้าวันไหนอยู่บ้านไม่แต่งหน้า ค่อยเพิ่มรอบกลางวันได้ แต่ต้องทาบางๆ พอ ไม่งั้นบางคนอาจรู้สึกเหนอะหรือเป็นคราบ แต้มรอยสิวแบบไหนถึงเห็นผลไวขึ้น - รอยแดง (สิวเพิ่งยุบ): เราจะทาให้สม่ำเสมอทุกวัน เช้า-เย็น - รอยดำ (ทิ้งไว้นาน): ต้องใจเย็นขึ้นอีกนิด แต่ถ้าทาต่อเนื่อง + กันแดดดี จะช่วยให้ดูจางลง - ถ้ายังเป็นสิวอักเสบอยู่: เราจะรักษาสิวให้ยุบก่อน แล้วค่อยโฟกัสเจลลดรอยเต็มๆ (เพราะถ้าสิวขึ้นเรื่อยๆ รอยก็จะเพิ่ม) ข้อที่ห้ามลืม: กันแดดคือหัวใจ ต่อให้ใช้เจลลดรอยสิวดีแค่ไหน ถ้าไม่ทากันแดด รอยดำจะอยู่ทนมากและเข้มขึ้นง่าย เราเลยกันแดดทุกเช้า และทาซ้ำถ้าออกแดดจัด ทริคเล็กๆ จากการลองใช้ รอให้แต่ละขั้นตอน “ซึมจริง” ก่อนค่อยลงชั้นถัดไป จะช่วยลดโอกาสเป็นขุย โดยเฉพาะวันที่แต่งหน้า ถ้ารีบเกินไปเจลกับครีมอาจจับตัวกันได้ โดยรวมถ้าใครกำลังหาเจลลดรอยสิวที่ช่วยเรื่องรอยดำ รอยแดง เพิ่มความชุ่มชื้น และเหมาะกับทุกสภาพผิว เราว่า D.Dee เป็นตัวที่ลองได้ แต่แนะนำให้ให้เวลากับความสม่ำเสมออย่างน้อย 2-4 สัปดาห์จะเห็นภาพชัดขึ้น