รู้ก่อนมาจีน“เด็กปอโทต้องสอบวิจัยกี่ครั้ง?”

✨สวัสดีค่าชาวเลม่อนน วันนี้อยากจะมาแชร์ให้คนที่กำลังอยากมีเรียนต่อโทที่จีนนะคะ ว่าการเรียนปอโทที่จีนต้องสอบวิจัยทั้งหมดกี่ครั้ง?? เหมือนที่ไทยไหม??

✨การเรียนปอโทที่จีนจะแยกเป็น 1ปีเรียนวิชาที่ต้องเรียน อีก1ปีทำวิจัยค่ะ

1. ก่อนที่เราจะเรียบจบปีแรกเราจะมีการสอบเปิดวิจัย หรือที่เรียกว่า开题kāití ก็จะต้องเขียน开题报告รายงานการสอบเปิดด้วย ว่าหัวข้อเป็นยังไง ศึกษาอะไร เป้าหมายและวิธีการวิจัยคืออะไร

2. ต่อมาพอเราทำวิจัยไปได้สัก4เดือน จะมี中检(中期检查)zhōngjiǎn ก็คือการสอบกลาง ว่างานเราเป็นยังไง ไปถึงไหน ควรทำไปในทิศทางไหนต่อ มีอะไรต้องแก้หรือปรับบ้าง

3.หลังจากสอบกลางผ่านไป3เดือน เราจะต้องสอบ预答辩yùdábiàn คือการสอบก่อนที่จะสอบปิด ว่าวิจัยเราภาพรวมเป็นยังไง เพื่อเตรียมตัวที่จะส่งวิจัยออกไปในขั้นต่อไป

4. 送外审/盲审sóngwàishěn/mángshěn ขั้นนี้เป็นขั้นที่สำคัญที่สุดและถ้าไม่ผ่านจะมีเวลาแก้น้อยมาก (5-7วัน) เป็นขั้นตอนที่วิจัยเราจะถูกสั่งออกไปมหาลัยทั่วประเทศจีน จะมีเกณฑ์แค่เกณฑ์เดียวในการให้คะแนนไม่ว่าจะต่างชาติหรือคนจีน เพราะวิจัยจะถูกปิดชื่อเราและชื่ออาจารย์ ไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นใคร และคะแนนจะต้องห้ามต่ำกว่า b ถ้าต่ำกว่าจะต้องแก้และส่งออกใหม่ทันที ถ้าเราไม่ผ่านขั้นนี้=เรียนไม่จบ!

5. 答辩dábiàn เป็นขั้นตอนสุดท้าย คือการสอบปิดวิจัย ส่วนใหญ่อาจารย์ก็จะให้คอมเม้นมาว่าต้องแก้อะไรอีกนิดๆหน่อยๆ ถ้าผ่านขั้นก่อนหน้านี้มาแล้ว มีการปรับแก้แล้ว ส่วนใหญ่ผ่านหมดค่ะ เป็นขั้นที่ชิวที่สุดแล้ว555555

6.หลังจากที่เราผ่านทุกขั้นตอนข้างบน ก็ปรับแก้นิดหน่อยและรอส่งเข้าเว็ปมอ ผ่านทางคณะและมหาลัยและรอตีพืมพ์ได้เลยค่าา

✨โดยรวมที่จีนก็จะมีการสอบวิจัยประมาณนี้ค่ะ ไม่รู้ว่าเหมือนหรือแตกต่างจากที่ไทยยังไงบ้างง แต่ที่แน่ๆน่าจะยากเหมือนกันหมดดด ใครที่กำลังจะมาเรียนเตรียมตัวให้พร้อมน้าค้าาา สู้ๆค่าา

#มหาวิทยาลัยจีน #เรียนต่อที่จีน #เรียนต่อประเทศจีน #ติดเทรนด์ #นักศึกษาไทยในจีน

5/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์จริงของนักศึกษาปริญญาโทในจีน การสอบวิจัยไม่ได้เป็นแค่เรื่องข้อสอบธรรมดา แต่เป็นกระบวนการที่เน้นความละเอียดและประสิทธิภาพของงานวิจัยมากที่สุด เริ่มจากการสอบเปิดหัวข้อ (开题kāití) ที่ต้องชัดเจนทั้งหัวข้อการศึกษา วิธีการ และเป้าหมายการวิจัย ซึ่งช่วยสร้างกรอบในการดำเนินงานวิจัยต่อไป ในขั้นตอนสอบกลาง (中检zhōngjiǎn) ใช้เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าและประเมินงานวิจัยว่าต้องปรับเปลี่ยนทิศทางหรือแก้ไขอะไรหรือไม่ สิ่งนี้ช่วยให้นักศึกษาไม่ออกนอกเส้นทางและสามารถนำผลตอบรับมาปรับปรุงงานวิจัยได้อย่างมีระบบ ก่อนสอบปิดวิจัย มีการสอบเตรียม (预答辩yùdábiàn) ซึ่งให้นักศึกษาได้ซักถามและแก้ไขข้อบกพร่องก่อนเข้าสู่การสอบขั้นสุดท้ายจริงๆ ทำให้โอกาสผ่านการสอบจริงมีสูงขึ้น ขั้นตอนที่หลายคนกังวลคือ การส่งให้ภายนอกตรวจสอบ (送外审/盲审sòngwàishěn/mángshěn) ซึ่งเป็นการตรวจสอบแบบไม่เปิดเผยตัวตนและมีเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำที่ต้องผ่าน เป็นด่านสำคัญมากที่หากไม่ผ่านจะต้องแก้ไขและส่งใหม่อย่างรวดเร็วภายใน 5-7 วันเท่านั้น สุดท้ายคือการสอบปิดวิจัย (答辩dábiàn) ซึ่งถือเป็นโอกาสสรุปและแสดงผลทำงานวิจัยทั้งหมด พร้อมรับคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ จากอาจารย์เพื่อแก้ไขก่อนส่งขึ้นระบบของมหาวิทยาลัย สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคนที่อยากมาเรียนต่อปริญญาโทที่จีนคือ "เตรียมตัวให้ดีและมีวินัยในการทำงานวิจัย" เพราะกระบวนการสอบวิจัยที่นี่เข้มข้นและเน้นคุณภาพมากกว่าที่คิด การแบ่งเวลาทำงานวิจัย ค้นคว้าข้อมูล และปรึกษาอาจารย์อย่างสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ นอกจากนี้ ความเข้าใจในระบบการสอบนี้จะช่วยลดความกดดันและเพิ่มความมั่นใจในการผ่านแต่ละขั้นตอน ถ้าเปรียบเทียบกับการเรียนปริญญาโทในไทย กระบวนการสอบวิจัยในจีนอาจดูเข้มข้นและมีหลายขั้นตอนที่ต้องเตรียมพร้อมล่วงหน้า แต่ก็เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้พัฒนางานวิจัยอย่างเป็นระบบและได้คำแนะนำที่ชัดเจน ซึ่งถือเป็นข้อดีที่ทำให้ผลงานวิจัยมีคุณภาพสูงขึ้นและพร้อมใช้งานหลังสำเร็จการศึกษา สุดท้ายนี้ ใครที่กำลังจะมาเรียนต่อในจีน เตรียมตัวเรื่องวิธีการสอบนี้ไว้เยอะๆ และอย่าลืมหาคำปรึกษาจากรุ่นพี่หรืออาจารย์เพื่อเข้าใจระบบให้ชัดเจน และทำวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพนะคะ สู้ๆ ค่ะ! #เรียนต่อที่จีน #สอบวิจัยปริญญาโท #นักศึกษาไทยในจีน