อายุ 23 ทำงานมาแล้วกี่งาน?💻
1️⃣ office worker
📥 เป็นพนักงานออฟฟิศตั้งแต่ปี 3 มีหน้าที่คล้ายๆ HR ดูแลเรื่องเอกสาร ช่วยเหลืองานพี่ๆ
2️⃣ Work and Travel🗽
🧹🍝 housekeeping / F&B
- โครงการที่หลายคนอยากไปเปิดประสบการณ์ต่างแดน แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ได้เที่ยว แถมยังได้หอบเงินกลับบ้านอีกด้วย😍
3️⃣ Jim Thompson
🛍️ Sales Associate
- งานนี้สนุกมากก พี่ในทีมก็น่ารักกก ดูแลเหมือนน้องเหมือนลูกคนนึง มีลูกค้าเข้าตล อด เราทำที่สาขาใหญ่ ส่วนใหญ่แล้วลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ ญี่ปุ่น
4️⃣ Louis Vuitton
🎪 Docent
- งานนี้จะอยู่ใน exhibition สาขา LV the place ทำหน้าที่ผู้นำชมนิทรรศการ เล่าเรื่องให้ลูกค้าฟัง ลูกค้าเยอะมากก ส่วนใหญ่จะเป็นคนจีน แขก อินเดีย รวมๆแล้วสนุก
5️⃣ Agency แห่งหนึ่ง
🧴KOL SPECIALIST
- งานนี้เราทำแค่ 2-3 เดือนหลังจากได้แอร์แล้วแต่ยังไม่เทรน งานนี้สำหรับเรารู้สึกสนุก เป็นงานหา KOL ส่งบรีฟ ตรวจดราฟ แต่กดดันตัวเอง โดยเฉพาะช่วงสิ้นเดือนน🥹
6️⃣ แอร์โฮสเตส💗
- ทำงานนี้มาประมาณ 4-5 เดือนรวมเทรนแล้ว ช่วงเทรนคือหนักมากกก ยากมาก อนสหนักสุดในชีวิต แทบจะกลืมแมนนวลไปเลย🥹 พอได้เป็นแอร์จริงๆ แล้วก็รู้สึกชอบกว่างานอื่น งานที่จบในไฟล์ท ไม่ต้องเอางานกลับมาทำที่บ้าน แถมยังได้เที่ยวในประเทศที่ยังไม่เคยไปอีกด้วย!
อายุ 23 ปีเป็นช่วงเวลาที่หลายคนเริ่มต้นเดินทางในสายอาชีพและสำรวจตัวเองผ่านการทำงานหลากหลายรูปแบบ เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและค้นหางานที่เหมาะสมกับความชอบและความสามารถมากขึ้นประสบการณ์ทั้ง 6 งานที่มีได้แก่ 1. Office Worker: งานออฟฟิศที่มีหน้าที่คล้าย HR ช่วยจัดการเอกสารและสนับสนุนทีมงาน งานนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการฝึกทักษะสำนักงานและจัดการงานประจำ 2. Work and Travel: โครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้คุณได้ทำงานงานบริการเช่น housekeeping และ F&B ในต่างประเทศ พร้อมทั้งได้รับประสบการณ์ชีวิตและเงินเดือนจากการทำงาน 3. Sales Associate ที่ Jim Thompson: งานขายที่ได้สัมผัสลูกค้าต่างชาติและทำงานกับทีมที่เป็นมิตร เป็นโอกาสเรียนรู้ทักษะการสื่อสารและการขายสินค้าแบรนด์ชั้นนำ 4. Docent ที่ Louis Vuitton: ทำหน้าที่นำชมนิทรรศการและเล่าเรื่องสินค้าต่อกลุ่มลูกค้าใหญ่ทั้งชาวจีน แขก และอินเดีย งานนี้จะช่วยพัฒนาทักษะการพูดและความรู้เชิงผลิตภัณฑ์ 5. KOL Specialist ที่ Agency: งานภายใน 2-3 เดือนที่รวมการหา KOL ส่งบรีฟและตรวจดราฟ ทำให้เข้าใจวงการการตลาดออนไลน์และการประสานงานแบบมืออาชีพ 6. แอร์โฮสเตส: งานที่ท้าทายมากที่สุดด้วยการเทรนหนักและต้องรักษามาตรฐานความปลอดภัย และได้เที่ยวประเทศใหม่ๆ เป็นประสบการณ์ที่ทั้งเหนื่อยแต่คุ้มค่า การทำงานในหลากหลายสายอาชีพนี้เป็นการสะสมประสบการณ์สำคัญที่ทำให้คุณเรียนรู้เทคนิคการทำงานเฉพาะด้าน ทักษะการติดต่อสื่อสาร และการจัดการกับความกดดัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับอนาคตไม่ว่าจะเลือกสายงานใดก็ตาม คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนที่กำลังเริ่มต้นทำงานคือควรเปิดใจรับโอกาสใหม่ๆ และหาประสบการณ์ที่หลากหลาย โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดกับงานเดียวนานจนเกินไปเพราะนั่นจะช่วยให้รู้จักความชอบและจุดแข็งของตัวเองอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังควรพัฒนาทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ อาทิ ภาษา การใช้โปรแกรมสำนักงาน และทักษะด้านดิจิทัล รวมถึงสร้างเครือข่ายสังคมในวงการที่สนใจซึ่งช่วยเปิดประตูสู่โอกาสงานในอนาคตอีกด้วย






👍👍