Automatically translated.View original post

MBTI Learning Styles | EP.07 ESFP

MBTI Learning Styles | EP.07 ESFP

Learns by painting, not just memorizing. 🙌🏻

ESFP does not mean not good at studying.

But probably the one who understands best when

✨ saw the real thing.

✨ actually tried

✨ have a real situation.

Some people learn through "reading."

But some people learn through "experience."

So what line are you? 👀

This content is only a trend based on the MBTI framework.

That doesn't mean all ESFPs look the same.

- -

Retweet, Like, Follow, Comment 😊🙏🏻

To encourage the next clip

(ESFP: Se, Fi, Te, Ni)

# ESFP # MBTI # mti Thai # mbtithailand

# Psychology

9/18 Edited to

... Read moreถ้าคุณเป็น ESFP (หรือรู้สึกว่าตัวเองคล้ายๆ) แล้วมักเรียนไม่ขึ้นเวลาอ่านอย่างเดียว ไม่ได้แปลว่า “เรียนไม่เก่ง” เลยนะคะ หลายครั้งแค่สมองเราถนัดการเรียนรู้แบบ “ประสบการณ์ตรง” มากกว่า คือ Learn by doing / Experiencing, not memorizing พอได้ลงมือจริง ภาพมันจะชัดและจำได้นานขึ้น สิ่งที่ฉันสังเกตคือ ESFP มักโฟกัสได้ดีเมื่อบทเรียน “มีชีวิต” เช่น ได้เห็นตัวอย่างจริง ได้ลองทำจริง หรือมีสถานการณ์ให้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า พอเจอความจริงหน้างาน เราจะเข้าใจเหตุผลของทฤษฎีได้ไวขึ้นกว่าการนั่งท่องคำจำกัดความยาวๆ ไอเดียปรับวิธีเรียนให้เข้ากับ ESFP (ลองเลือกใช้ตามที่เข้ากับชีวิตประจำวัน) 1) เริ่มจากการ “ทำก่อนค่อยสรุป” แทนที่จะอ่าน 10 หน้าแล้วค่อยทำแบบฝึก ลองกลับกัน: ทำโจทย์/ทำแบบทดสอบ/ทำโปรเจกต์เล็กๆ ก่อน แล้วค่อยย้อนกลับไปอ่านเฉพาะส่วนที่ตอบไม่ได้ วิธีนี้ช่วยให้รู้ว่าควรอ่านอะไรจริงๆ และไม่หลุดโฟกัส 2) ใช้ Trial & Error แบบมีระบบ ESFP ชอบลองผิดลองถูกอยู่แล้ว แต่อยากให้เพิ่ม “บันทึกสั้นๆ” หลังลอง เช่น วันนี้พลาดตรงไหน แก้ยังไง รอบหน้าจะทำอะไรต่างไป แค่นี้บทเรียนจะกลายเป็นความรู้ของเราเอง ไม่ใช่แค่ประสบการณ์ผ่านๆ 3) ลอง “พูดก่อนเขียน” ในรูปมีคำว่า “ลองพูดก่อนเขียน” ซึ่งฉันว่าดีมากค่ะ เวลาอ่านแล้วงง ลองอธิบายด้วยปากตัวเองเหมือนเล่าให้เพื่อนฟัง (จะอัดเสียงไว้ก็ได้) จากนั้นค่อยเขียนสรุป 3–5 บรรทัด มันช่วยจัดระเบียบความคิดได้เร็ว 4) สร้างสถานการณ์จำลอง ถ้าเรียนทฤษฎีล้วนๆ ลองตั้งโจทย์เป็นเคส เช่น ถ้าเป็นเหตุการณ์นี้จะใช้หลักอะไรแก้ หรือถ้าเป็นงานจริงต้องทำขั้นตอนไหนบ้าง การจำลองสถานการณ์จะทำให้ ESFP เห็นภาพและจำได้แม่นขึ้น 5) ทำให้บทเรียน “จับต้องได้” เปลี่ยนจากการอ่านเป็นการเห็น: ดูเดโม คลิปสั้น แผนภาพ หรือทำเช็กลิสต์ขั้นตอน การมีภาพ/ขั้นตอนช่วยให้ ESFP ไม่รู้สึกว่าความรู้ลอยๆ สุดท้ายอยากย้ำเหมือนในโพสต์เลยว่า MBTI เป็นแค่แนวโน้ม ไม่ได้หมายความว่า ESFP ทุกคนเหมือนกันทั้งหมด แต่ถ้าคุณรู้สึกว่าเรียนจากประสบการณ์ตรงแล้วเวิร์ก ลองออกแบบการเรียนให้มีการลงมือทำมากขึ้น จะช่วยให้ศักยภาพของคุณออกมาชัดมากค่ะ