พาแมวไปรักษา รพ.สัตว์เกษตรครั้งแรก!

บันทึกแมวป่วย 16/05/69

บอกเลยว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ครั้งแรก

อะไรใหม่ๆ ที่ทาสแบบเราร้องโอโห้ มีแบบนี้ด้วย

ขั้นตอนการเตรียมตัวคือ ต้องไปรับคิวแต่เช้า

เหมือนคนเลยค่ะ รพ.รัฐ ไปรอต่อคิว

จะเริ่มแจกคิวตอน 6.00 น.เป็นต้นไป

ได้คิวแล้วรอเรียกเช็คอาการเบื้องต้น

จะเริ่มเรียกคิวตอน 7.30 ที่ชั้น 1 ทีละ 10 คิว

เจ้าหน้าที่จะสอบถามอาการ เพื่อเช็คว่าน้องสามารถ

รอได้ไหม หรือต้องส่งไปฉุกเฉินหรือเปล่า

มีระยะรออาการเหมือนคนเลยค่ะ (อันนี้พึ่งรู้เลย)

ถ้าประเมินแล้วว่ารอได้ ก็ไปนั่งคอแผนกอายุรกรรม

แต่ถ้ารอไม่ได้จะถูกส่งไปฉุกเฉินทันที

เรารอประมาณ 1 ชม.ได้เจอคุณหมอ

คุณหมอก็จะซักประวัติ เช็คอาการ

** ถ้าใครกังวลเรื่องค่ารักษา สามารถสอบถามกับคุณหมอ

ได้เลยนะคะ ว่าค่ารักษาประมาณเท่าไหร่ เรามีงบมาเท่าไหร่

แล้วคุณหมอจะประเมินให้ว่า ควรตรวจอะไรที่สำคัญก่อน

และหาวิธีการรักษาที่ตรงโรคที่สุดให้ค่ะ

น้องแมวเราต้องเจาะเลือด เอ็กซเรย์ เลยต้องรอคิวนาน

แต่พี่พนักงานเดินคิวให้ การดูแลถือว่าโอเคเลยค่ะ

ระหว่างรอผลก็ไปหาข้าวกินได้ และกลับมานั่งรอที่หน้าห้องเดิม คุณหมอก็จะเรียกเข้าไปสรุปอาการ การรักษา

เสร็จแล้วไปนั่งรอ รับยาจ่ายเงิน กลับบ้านได้เลย

✅ จอดรถฟรี!! ประทับตราที่การเงินได้เลย

✅ มีรถเข็นบริการ

❌ ข้อเสียคือ ของกินหายาก มีโรงอาหารเดียว

ค่ารักษาถ้าเทียบกับเอกชนถูกกว่าค่ะ

ค่าเอ็กซเรย์ของเรา 300.- เจาะเลือด 1000 นิดๆ

ค่ายา 270.- ไม่รวมค่าบริการอื่นๆ

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตรวจของแต่ละโรคด้วย

#โรงพยาบาลสัตว์เกษตร #Lemon8ชวนเล่า #โรงพยาบาลสัตว์ #ปัญหาชีวิต #ชีวิตช่วงนี้

Animal Hospital
5/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการพาแมวไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์โดยเฉพาะที่เป็นโรงพยาบาลสัตว์เกษตรถือเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับเจ้าของมือใหม่มากๆ เพราะนอกจากความกังวลเรื่องอาการป่วยของน้องแมวแล้ว ยังต้องเตรียมตัวและวางแผนเรื่องการรอคิวและค่าใช้จ่ายอีกด้วย จากประสบการณ์ที่ได้ไปรักษาน้องแมวครั้งแรก ต้องแนะนำว่าการไปเช้าตรู่เพื่อรับบัตรคิวตั้งแต่ 6 โมงเช้านั้นสำคัญมาก จะช่วยให้ได้คิวเร็วและลดเวลารอคอย ในวันหยุดหรือช่วงที่คนมาหลาย การมาตั้งแต่เช้าจะช่วยให้ไม่พลาดคิว ระบบเรียกคิวที่เป็นชุดๆ ทีละ 10 คิวทำให้แม้จะมีผู้ป่วยจำนวนมาก แต่ก็มีการจัดการอย่างเป็นระบบ เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและช่วยจัดการดูแลคิวอย่างดี ระหว่างรอผลตรวจเช่น การเจาะเลือดและเอ็กซเรย์ ที่อาจใช้เวลาหลายชั่วโมง เจ้าของแมวสามารถใช้เวลานี้พักกินข้าวหรือพักผ่อนได้ ซึ่งทางโรงพยาบาลก็มีจุดให้บริการอย่างโรงอาหาร แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องของกินที่ค่อนข้างจำกัด ดังนั้นเจ้าของควรเตรียมอาหารหรือเครื่องดื่มมาด้วยหากจำเป็น ประเด็นเรื่องค่าใช้จ่ายเป็นสิ่งที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงกังวลมาก การปรึกษาคุณหมอก่อนจะช่วยวางแผนงบประมาณได้ดี เพราะคุณหมอจะประเมินและแนะนำการตรวจที่จำเป็นก่อนเสมอ ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายโดยไม่ต้องตรวจหรือรักษาเกินความจำเป็น อีกสิ่งที่ประทับใจคือบริการของโรงพยาบาลสัตว์เกษตรที่จอดรถฟรีและมีรถเข็นบริการ ทำให้สะดวกขึ้นมากสำหรับผู้ที่มีสัตว์ป่วย นอกจากนี้คุณหมอที่นี่ใจเย็นและให้คำแนะนำละเอียด ช่วยให้อุ่นใจและมั่นใจว่าน้องแมวจะได้รับการดูแลอย่างดี สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มพาแมวไปรักษาแนะนำให้เตรียมเอกสารประวัติสุขภาพของน้องแมวไว้ด้วย และสังเกตอาการเบื้องต้นก่อน เพื่อแจ้งคุณหมอได้อย่างชัดเจน และอย่าลืมแจ้งหากมีอาการฉุกเฉินเพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยจัดการได้เร็วขึ้น โดยรวมแล้ว การพาน้องแมวไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์เกษตรครั้งแรกเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดสำหรับทาสแมว เพราะจะช่วยให้เข้าใจขั้นตอนการรักษา รู้จักการวางแผนงบประมาณ และยังได้เจอความเอาใจใส่จากทีมรักษาที่มีคุณภาพ ขอแนะนำให้เจ้าของมั่นใจและพร้อมใจรับมือเพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดของน้องแมวค่ะ

4 ความคิดเห็น

รูปภาพของ ป้าๆอยากเล่า🙂
ป้าๆอยากเล่า🙂

เราพาแมวไปที่นี่ประจำค่ะ ครั้งแรกคือเข้ารพ.8โมงออกรพ.อีกที5ทุ่ม ทั้งคนทั้งแมวไม่ได้กินข้าวกินน้ำเลย แต่คุณหมอและพี่ๆจนท.ใจดีให้คำแนะนำดี หลังจากนั้นเราเตรียมข้าวน้ำทั้งคนทั้งแมวไปอยู่ทั้งวันเลยค่ะ คชจ.ไม่ถูกแต่ก็ไม่แพง เราบอกคุณหมอไปตรงๆได้เลยว่าเราไหวหรือไม่ไหว คุณหมอจะช่วยเราเอง แต่เราก็ไม่แน่ใจว่าเพราะแมวที่เราพาไปคือแมวจรด้วยหรือเปล่าคุณหมอเลยช่วย เคยเห็นมีกองทุนเพื่อสัตว์อนาถาด้วยนะแต่ก็ไม่กล้าขอ คิดว่าเรายังพอช่วยได้ กองทุนนั้นเก็บไว้เพื่อเด็กๆที่ต้องการจริงๆดีกว่า

ดูเพิ่มเติม(3)