หลายครั้ง​ที่ลูกค้าจะโอนเงินมาแปะไว้​ แต่เอสไม่รับ

เอสขายของออนไลน์​ ตั้งแต่ 26 มี.ค. 2551​ ปีนี้ก็ครบ 18 ปี✨แล้วค่ะ​ .. ตลอดเวลาที่ผ่านมา​ ไม่เคยมีประวัติเสีย โดยเฉพาะเรื่องเงิน

🔆 ทั้งที่ลูกค้าโอนเงินหลักหมื่น 2-3 หมื่น​ ก็มีมาตลอด​ แต่เอสไม่เคยคิดจะนำเงินนั้นมาเป็นของตัวเอง​ โดยไม่ส่งของให้ลูกค้าค่ะ

❌ ไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาส​ แต่.. แค่รู้สึกว่า​ ถ้าได้มาแบบนั้น​ *คหสต* สุดท้ายก็ไม่ภูมิใจในตนเองอยู่ดี​ เพราะไม่อยากหลอกตัวเองค่ะ

และในอีกมุมหนึ่ง​ เอสก็เข้าใจลูกค้าที่ยังกลัว หรือยังไม่มั่นใจ​ ไม่กล้าโอนเงิน​ ไม่กล้าสั่งซื้อ​ของกับเอสค่ะ

เพราะทุกวันนี้ มิจฉาชีพ​มีเยอะจริงๆ

ตอนไปลงบันทึก​ประจำวัน​ เคสของตัวเองและสามี​ โอนเงินไปแล้ว​ แต่ไม่ได้ของ​

ตำรวจบอกว่า​ เคสแบบนี้​ เยอะสุดในตอนนี้

ซึ่งเอสกับสามี​ โดนไปรวมๆ​ 3 หมื่นได้ค่ะ

.. ก็ทำได้แค่ลงบันทึกประจำวัน

จึงทำให้เข้าใจได้ว่า​ ความระแวงของคน ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคิดไปเอง​ แต่เกิดจากประสบการณ์จริงค่ะ

💍เรื่องชีวิตส่วนตัวเอสก็เหมือนกันค่​ธ​ ซึ่งเอสเป็นคนที่ยอมรับว่า “มีความอยาก” นะคะ

แต่ความอยากของตัวเอง​ เอสเลือกที่จะรับผิดชอบมันเองค่ะ

"อยากได้ ก็หาเอง"

ไม่อยากได้ของคนอื่น​ มาเป็นของตน​ และไม่อยากได้ด้วยวิธีที่ต้องไปเอาเปรียบใคร

แม้กระทั่ง​ คุณแม่สามี​ เป็นหุ้นส่วน​ปั๊มน้ำมัน​ ไม่แน่ใจว่า​ 2 หรือ​ 3 แห่ง​ และกงสีของคุณแม่​สามี​ เคยฟ้องร้องแบ่งทรัพย์สิน​กัน จากที่สามีเคยเล่าให้ฟัง​ ประมาณ​ 1 พันล้านบาท

เอสก็เลือกที่จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง

ตั้งแต่วันแรกที่แต่งงาน​ 27 เม.ย.​ 2561

พิสูจน์​ตนเอง​ ด้วยการไม่จดทะเบียน​ และไม่เคยเรียกร้องอะไรจากทางสามีเลยค่ะ

และตลอดที่แต่งงานมาเกือบ 8 ปี✨ เอสไม่ใช้เงินของสามี​ แต่.. สามีเอส​ ยังใช้เงินที่เอสขายของออนไลน์​ด้วยซ้ำ​

... เพราะสามีก็ไม่อยากยุ่งในสมบัติ​ของทางคุณแม่​ ไม่อยากข้องเกี่ยว​กับกงสีค่ะ

*ไม่ใช่เพราะเก่งกว่าใคร​ หรือดีกว่าใคร*

แต่เพราะเอสรู้สึกสบายใจกับชีวิตแบบนี้

บางคนอาจเลือกอีกแบบ ซึ่งก็แล้วแต่ทัศนคติ​ของแต่ละคน...ค่ะ

"แต่ละคน" มีทางของตัวเอง...

เอสแค่เลือกทางที่​ เวลามองย้อนกลับมาแล้ว​ ยังรู้สึกโอเคกับตัวเอง​ ​... แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ

/เทศบาลนครปากเกร็ด

Muangthong Thani
4/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการขายของออนไลน์ในยุคปัจจุบันมีทั้งความท้าทายและโอกาสที่มากขึ้น จากประสบการณ์จริงของเอสที่ขายของออนไลน์มาเกือบ 18 ปี เธอเลือกที่จะรักษาความซื่อสัตย์และความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แม้ว่าบางครั้งลูกค้าจะโอนเงินมาแปะไว้แบบไม่สั่งของก็ตาม แต่เอสก็ไม่เคยรับเงินเหล่านั้น โดยมองว่าการรับเงินโดยไม่ส่งของให้ลูกค้าคือการหลอกตัวเองและจะทำให้เสียความภูมิใจในระยะยาว ในช่วงที่หลายคนกลัวการทำธุรกรรมออนไลน์เนื่องจากปัญหามิจฉาชีพ เอสจึงเข้าใจและเห็นใจลูกค้าที่ยังลังเลใจไม่กล้าโอนเงิน หรือไม่มั่นใจในการสั่งซื้อ ชีวิตในโลกออนไลน์นั้นไม่ง่ายเหมือนในอดีต ทุกวันนี้มีเคสโกงเงินที่ได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้นมาก ทางตำรวจเองก็แจ้งว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินแล้วไม่ได้รับของเป็นคดีที่พบได้บ่อยมาก สิ่งนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่าเราควรระมัดระวังในโลกออนไลน์ให้มากขึ้น และการเลือกซื้อสินค้าจากผู้ขายที่มีประวัติชัดเจนและน่าเชื่อถืออย่างเอสก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงนั้นได้ อีกเรื่องที่น่าสนใจคือทัศนคติของเอสต่อชีวิตส่วนตัวและการเงิน เธอมีความมุ่งมั่นในการรับผิดชอบด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาหรือต้องการทรัพย์สินจากสามี หรือทรัพย์สินของครอบครัวสามีที่มีความขัดแย้ง รวมทั้งเลือกที่จะไม่จดทะเบียนสมรส ซึ่งเป็นจุดยืนที่ทำให้เธอรู้สึกสบายใจและภูมิใจกับชีวิตที่เลือกเดิน ประสบการณ์ส่วนตัวเหล่านี้สะท้อนแนวคิดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการมีความรับผิดชอบต่อตนเองและการประกอบอาชีพอย่างซื่อสัตย์ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เอสเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า การปฏิบัติตัวอย่างมีจริยธรรมและซื่อสัตย์ไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงที่ดีเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจออนไลน์ในระยะยาว และยังช่วยให้ผู้ซื้อมั่นใจที่จะเลือกซื้อสินค้าจากผู้ขายที่เชื่อถือได้