สรุปหนังสือ The Almanack of Naval Ravikant

หนังสือที่จะทำให้คุณได้กลับมาคิดเกี่ยวกับวิถีการใช้ชีวิตของตัวเองอีกครั้ง

โดยหนังสือเล่มนี้จะแบ่งเป็นสองพาร์ทใหญ่ๆ คือ Wealth กับ Happiness

Wealth

วิธีที่จะรวยคือเราต้องรู้ว่าจะต้องทำอะไร ทำกับใคร และทำที่ไหน หรือก็คือต้องหาทางที่ใช่สำหรับตัวเอง

สูตรที่ใช้ในการหาเงินคือ = Specific knowledge + Accountability + Leverage

1. Specific knowledge คือการผสมผสานระหว่างสิ่งที่เราทำได้ดี กับสิ่งที่เราสนใจและทำได้นาน ต่างคนต่างมีสกิลที่ไม่เหมือนกัน อาจจะลองสังเกตตัวเองว่ามีอะไรที่ทำได้ดีตั้งแต่เด็ก หรืออะไรเป็นสิ่งที่เราสนใจและทำได้นานกว่าคนอื่น แล้วกลับมาคิดดูว่าสิ่งนั้นสามารถตอบความต้องการของคนในสังคมอย่างไรได้บ้าง

- การที่จะร่ำรวยและมั่งคั่งนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคิดและทำแบบ long term เพราะฉะนั้นควรเลือกสิ่งที่เป็นตัวเอง เลือกสิ่งที่ทำแล้วเหมือนไม่ใช่งาน ในหนังสือใช้คำว่า work like play แล้วคุณจะทำได้นานกว่าคนอื่นซึ่งนั่นจะทำให้คุณเหนือกว่าคู่แข่ง

- เมื่อมันเป็น specific knowledge คือความรู้ความสามารถที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณสอดคล้องกับตัวตนของคุณและไม่เหมือนใคร เมื่อนั้นคนจะยอมจ่ายเงินเพื่อคุณ

2. Accountability คือการลงมือทำธุรกิจหรือทำอะไรก็ตามภายใต้ชื่อของคุณเอง เมื่อนั้นคุณจะสร้างความน่าเชื่อถือซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการที่จะมีใครสักคนจ่ายเงินให้คุณ เพราะการที่เราจะร่วมลงทุนกับใคร หรือยอมจ่ายเงินหรือซื้อบริการต่างๆ จากใครนั้น เราก็ต้องมีความเชื่อถือในคน สินค้า หรือบริการนั้นๆ ก่อน

3. Leverage คือการที่เราลงทุนลงแรงไม่มาก แต่ได้ผลตอบแทนที่มากกว่า การ Leverage นั้นแบ่งได้เป็นสามรูปแบบ

- ให้คนอื่นทำงานแทนคุณ ซึ่งวิธีนี้อาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีเท่าไรในปัจจุบัน เพราะการบริหารคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้สกิลมาก

- ใช้เงินทุนเป็นเครื่องทุ่นแรงในการลงทุนหรือสร้างสินค้า

- การ leverage แบบใหม่ในยุคนี้คือการสร้างสินค้าที่ไม่มี cost สำหรับการทำซ้ำไม่ว่าจะเป็น หนังสือ, ทำ podcast, youtube, หรือทำสื่อต่างๆ

ถ้าหากรายได้ของคุณขึ้นกับเวลาที่คุณต้องทำงาน อย่างเช่นรับเงินเดือนรายเดือนหรือได้โอทีตามจำนวนชั่วโมงที่ทำเพิ่ม เมื่อนั้นรายได้ของคุณจะมีขีดจำกัดเพราะเวลาในชีวิตมีจำกัด เพราะฉะนั้นคุณจะต้องหาวิธีสร้างรายได้ที่ผลตอบแทนไม่ขึ้นกับเวลาที่คุณต้องทำงาน

Great people have great outcomes. ขอให้คุณหาสิ่งที่เป็นตัวคุณ ลงมือทำเลยไม่ต้องรอ พัฒนาตัวเองเสมอ และอดทนรอผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ทุกอย่างมีเวลาของมันค่ะ

Happiness

คือการอยู่ในสภาวะที่รู้สึกว่าไม่มีอะไรขาดหายไป เมื่อนั้นเราก็จะไม่ไปคิดถึงอนาคตหรือกังวลกับอดีต

“อยู่กับปัจจุบัน” เพราะเป็นเวลาเดียวที่เรามี อดีตแก้ไขไม่ได้ ส่วนอนาคตเป็นแค่ภาพในความคิดที่อาจจะไม่เกิดขึ้น

“ไม่ปรารถนา” เพราะทุกความปรารถนาคือการเลือกที่จะไม่มีความสุข ความปรารถนานั้นคือการทำสัญญากับตัวเองว่าเราจะไม่มีความสุขจนกว่าจะได้สิ่งนั้นมา ถ้าชีวิตยังมีความปรารถนา ให้เลือกความปรารถนาใหญ่ๆ แค่เรื่องเดียวพอ เพื่อจะได้จำกัดเรื่องที่เราจะไม่มีความสุขได้แคบลง

“ยอมรับความจริง” ปล่อยอะไรที่ควบคุมไม่ได้ไป เมื่อไรที่เรายอมรับความจริงได้ เมื่อนั้นเราก็จะไม่มีความปรารถนาให้อะไรเป็นไปตามที่เราอยาก ความไม่มีความสุขก็จะลดลง

เมื่อไรที่คุณไม่มีความสุข เมื่อนั้นคุณไม่ได้สร้างประโยชน์ให้ใครเลย

สาเหตุส่วนใหญ่ของความรู้สึกทุกข์ทรมานมาจากการหลีกเลี่ยง เพราะฉะนั้นหากกลัวอะไรให้รีบเตรียมพร้อมและลงมือทำ คำว่า “จะทำ” มันแปลว่า “ไม่ทำ” ถ้าอยากทำอะไรให้รีบลงมือทำเลยตอนนี้ แต่ให้ใจเย็นกับผลลัพธ์ ให้เลือกทำสิ่งที่ยากแล้วชีวิตจะง่ายขึ้น

นิยามของความสำเร็จอาจจะเป็นความสงบสุขภายใน การควบคุมตัวเอง และการรู้จักตัวเอง

ความสุขนั้นมาจากภายใน เป็นเกมที่มีผู้เล่นเพียงคนเดียว

———————

หลังจากที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว สำหรับเราเรารู้สึกว่าเล่มนี้กลมกล่อมมากทั้งทางโลกและทางธรรม ในพาร์ทของ Wealth เราชอบเรื่อง specific knowledge ที่ทำให้ได้กลับมาลองนั่งคิดอีกครั้งว่าตัวเองสนใจอะไร ส่วนในพาร์ทของ Happiness เราอ่านแล้วรู้สึกว่าตรงกับธรรมะที่ศึกษามาเลย โดยเฉพาะเรื่องความปรารถนาคือการเลือกที่จะไม่มีความสุข ซึ่งมันตรงกับตัณหาที่เป็นเหตุแห่งทุกข์ในทางพุทธศาสนาค่ะ โดยรวมแล้วเราชอบหนังสือเล่มนี้มากๆ ยังมีรายละเอียดที่น่าสนใจอีกหลายอย่างในหนังสือเล่มนี้นะคะ ใครสนใจสามารถไปลองอ่านกันได้ค่ะ

สุดท้ายนี้ขอปิดท้ายด้วยประโยคนึงจากในหนังสือที่เราชอบ

“No one in the world is going to beat you at being you.”

ดังนั้น Choose to be yourself กันนะคะ

#สรุปหนังสือ #รีวิวหนังสือ #แนะนําหนังสือน่าอ่าน #อ่านอะไรดี #BookReview

2025/9/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลังจากอ่านสรุปหนังสือ The Almanack of Naval Ravikant แล้ว สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากคือแนวคิดเรื่อง Specific Knowledge ซึ่งเปิดโอกาสให้เราค้นพบจุดแข็งและความสนใจเฉพาะตัวเพื่อนำไปสู่การสร้างรายได้ในระยะยาว นอกจากนี้ในพาร์ทของ Happiness ผมรู้สึกว่ามันเชื่อมโยงกับการฝึกสติและปัญญาตามแบบธรรมะ ความสุขไม่ได้มาจากภายนอก แต่เกิดจากการยอมรับความจริงและการปล่อยวางความปรารถนา ซึ่งทำให้จิตใจสงบและลดความทุกข์ลงได้อย่างมาก อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการใช้ Leverage เพื่อให้เวลาของเราไม่ถูกจำกัดด้วยงาน เช่น การสร้างผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำซ้ำอย่างหนังสือหรือคอนเทนต์ยูทูบ ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ที่ผมได้ลองนำไปปรับใช้และเห็นผลลัพธ์ในเชิงบวก โดยรวม The Almanack of Naval Ravikant เป็นหนังสือที่เหมาะกับคนที่ต้องการพัฒนาตัวเองทั้งด้านการเงินและความสุขอย่างสมดุล ความรู้ในเล่มช่วยกระตุ้นให้ผู้อ่านกล้าคิดต่าง ลงมือทำ และอดทนรอผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ สุดท้ายประโยคที่ชอบมากคือ “No one in the world is going to beat you at being you.” ซึ่งเป็นกำลังใจให้เราเลือกเป็นตัวของตัวเองและเชื่อมั่นในศักยภาพที่เรามี