”ขอบคุณผู้โดยสารถึง 3 ครั้ง“

#เรื่องเล่าหลังพวงมาลัย #grabcar #เมืองไทย

พี่ "โอเว่น" คือ ชื่อของผู้โดยสารท่านนี้

เป็นชาวจีนซึ่งมาทำงานในประเทศไทย ตำแหน่งไม่ธรรมดา เป็นเจ้าหน้าที่ทางการตลาดแผนกทัวร์ให้กับโรงแรมระดับ 5 ดาวในเมืองไทย

พูดง่ายๆคือ...

ชวนคนจากจีน สิงคโปร์และไต้หวันมาเที่ยวเมืองไทยนั่นเอง

หากเอ่ยชื่อโรงแรมไปคงร้องอ๋อ...

แต่ผมไม่ขอบอกดีกว่า

หลายเรื่องเลยที่คุยกัน

ผมขอยกตัวอย่างสองเรื่องดังนี้

1.คุณโอเว่น บอกผมว่าที่เมืองจีนให้ใช้รถได้อายุ ไม่เกิน 10 ปี ต้องใช้เงินดาวน์ 30% ผ่อนได้ 3 ปี ที่รถมี gps ติดตาม หากผ่อนไม่ไหวตามไปยึดจร้า

2.คุณโอเว่น บอกว่าที่เมืองจีนมีความหลากหลายของผู้คนมาก แย่งกันทุกๆอย่าง เมืองไทยถึงรถจะติดแต่น่าอยู่กว่าที่สุด

ผมขอบคุณเค้า 3 ครั้งไม่ใช่เรื่องที่เค้าเล่ามานะ แต่เพราะเค้าได้ทำการตลาดให้โรงแรมในไทย

มันเจ๋งอย่างไรทำไมถึงขอบคุณ...

คุณรู้ไหมว่า การที่ต่างชาติ 1 คนมาเที่ยวเมืองไทยเค้าใช้เงินในเมืองไทยต่อคน มากกว่า 5,000 บาทในเวลา 3 วัน

ถ้ามีนักท่องเที่ยวมาจำนวน 10,000,000 คนต่อปี มันเป็นจำนวนเงินถึง 50,000,000,000 (ห้าหมื่นล้าน) แน่นอน สมาชิกแกร็บและประชาชนที่ทำงานภาคบริการย่อมได้ประโยชน์ ไปด้วย

พี่น้องคนไทยมีรายได้ ทุกอย่างดีไปหมด แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมขอบคุณพี่ โอเว่น ถึงสามครั้งได้อย่างไร

สุดท้ายนี้ หากคุณได้อยู่ในฟันเฟืองของการท่องเที่ยว ถือว่าคุณไม่มีวันอับจนแน่นอน เพราะเมืองไทยอุดมสมบูรณ์ด้านอาหาร และความมีไมตรีจิตของคนไทยจะทำให้ชาวต่างประเทศประทับใจ สมกับคำพูดที่ว่า สยามเมืองยิ้ม

เรื่องเล่าหลังพวงมาลัย

2025/11/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในเสาหลักที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากประเทศจีน สิงคโปร์ และไต้หวันที่เป็นกลุ่มสำคัญซึ่งเดินทางมาเยือนเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง การที่คุณโอเว่นในบทความนี้ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่การตลาดแผนกทัวร์ของโรงแรมระดับ 5 ดาว ถือว่าเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้ามาใช้จ่ายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้โดยสารจีนอย่างคุณโอเว่นเล่าให้ฟังเกี่ยวกับนโยบายการใช้รถในจีนที่เข้มงวด มี GPS ติดตามรถ และการดาวน์รถสูงถึง 30% เพื่อป้องกันการผิดนัดชำระหนี้ แสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังและความเข้มงวดในระบบขนส่งและการเงินของเขตบ้านเกิด ซึ่งต่างจากไทยที่แม้จะมีปัญหาการจราจรติดขัดแต่ยังคงเป็นประเทศที่น่าอยู่และมีลักษณะชีวิตที่หลากหลายและอบอุ่น การที่นักท่องเที่ยวแต่ละคนใช้จ่ายในไทยเฉลี่ยมากกว่า 5,000 บาทในสามวันนั้น สร้างรายได้มหาศาลให้กับหน้าร้านและธุรกิจบริการต่างๆ ตั้งแต่ร้านอาหาร โรงแรม ไปจนถึงบริการขนส่ง เช่น Grab ซึ่งผู้ขับขี่และผู้ประกอบการไทยก็ได้รับประโยชน์ไปพร้อมกัน นอกจากนี้ การต้อนรับของคนไทยซึ่งเปี่ยมด้วยไมตรีจิตยิ่งเสริมสร้างภาพลักษณ์ “สยามเมืองยิ้ม” ที่อบอุ่นและประทับใจผู้มาเยือน ดังนั้นการมีบทบาทเหมือนฟันเฟืองในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนี้ ไม่เพียงแต่สร้างรายได้ให้เจ้าของธุรกิจหรือผู้ขับขี่บริการเดินทางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชุมชนรอบข้างที่เติบโตจากเม็ดเงินที่หมุนเวียนอย่างต่อเนื่องในระบบเศรษฐกิจไทยโดยรวม เหตุผลที่ผู้เขียนขอบคุณผู้โดยสารถึง 3 ครั้ง คือเพราะการกระทำของผู้โดยสารดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงแค่ลูกค้าที่ทำให้ธุรกิจของเขาดำเนินไปได้ แต่ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในภาพรวม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนไทยจำนวนมากและประเทศชาติอย่างแท้จริง