Update ช้อปญี่ปุ่น ฉบับ 2026

1) TAMBURINS – CHAMO (Perfume / Balm)

กลิ่นละมุนอบอุ่นแบบ clean แต่มีลูกเล่น ไม่หวาน ไม่ฉุน ใช้ได้ทุกวัน บาล์มพกง่าย กลิ่นติดผิวกำลังดี คนชอบฟีลมินิมอลควรมี

สรุป: สายคลีนหรู เทสดี ซื้อไม่พลาด ✨

----------

2) CANMAKE (งานผิว แก้ม ไฮไลต์)

• Face Powder / Marshmallow Powder: ผิวแมตต์นุ่ม เบา คุมมันดี ไม่หนา

• Cream Cheek: แก้มใสละมุน ปาดง่าย มือใหม่ก็รอด

• Highlighter / Brush: แสงสวยใส ไม่โป๊ะ พกง่าย

สรุป: ถูกและดี งานผิวใสสไตล์ญี่ปุ่น ซื้อซ้ำได้ไม่เจ็บ 💕

----------

3) Laka (Lip Care + Tint)

• Soothing Prep Lip Mask: มาส์กปากก่อนนอน ตื่นมาปากนุ่มจริง ลิปติดสวยขึ้น

• Washful Tint Remover: เช็ดทินท์เกลี้ยง ไม่แสบ ไม่ทำให้ปากแห้ง

• Fruity Glam Tint / Mini: สีใสฉ่ำ สไตล์เกาหลี ปากดูสุขภาพดี ไม่เหนอะ

สรุป: ใครสายทินท์ ต้องมีครบเซต ปากสวยตั้งแต่บำรุงยันลบ 🍑

----------

4) ELIXIR (Skincare งานผิวโกลว์)

• Day Care Revolution Tone Up SPF50+: กันแดด+บำรุง+โทนอัพ ผิวใสทันที ไม่วอก

• Luminous Glow Mist: ฉีดแล้วผิวฉ่ำฟู เมคอัพดูแพงขึ้น

สรุป: ผิวโกลว์แบบญี่ปุ่น เร่งรีบแค่ไหนก็รอด ✨

----------

5) ANESSA Perfect UV Brush-On Powder SPF50+

กันแดดแบบแปรง พกง่าย เติมทับเมคอัพได้ไม่พัง หน้าแมตต์ขึ้นทันที เหมาะมากสำหรับวันแดดแรง/ออกนอกบ้านบ่อย ☀️

สรุป: สายแต่งหน้าแล้วอยากเติมกันแดดระหว่างวัน ต้องมี

----------

6.1) PRMR (Retinol)

ลิปบำรุงจริงจัง ปากแห้ง ปากลอก เอาอยู่

ทากลางคืน ตื่นมาปากนุ่มขึ้นชัด

สรุป: สายฟื้นฟูปาก ตัวนี้ควรมี 👄

6.2) Maybelline Lifter Gloss

ปากอิ่มฟู ฉ่ำแบบไม่เหนอะ

มี Hyaluronic Acid ปากดูแพงขึ้นทันที

สรุป: ลิปกลอสใช้ทุกวัน หยิบซ้ำบ่อยมาก ✨

6.3) Dior Addict Lip Glow

ลิปเปลี่ยนสีตาม pH ปากใสสุขภาพดี

ชุ่มแบบผู้ดี ไม่เยิ้ม ไม่โป๊ะ

สรุป: ลิปสามัญประจำกระเป๋า ใช้เมื่อไหร่ก็รอด 💄

6.4) AMUSE Jelly Balm

บาล์มใสฟีลเจลลี่ น่ารัก ฉ่ำใสสไตล์เกาหลี

ทาเดี่ยวก็ได้ ทาทับลิปก็สวย

สรุป: สายปากฉ่ำใส ต้องโดน 🍑

----------

7) TONEDROP Sakura Pure Foundation for Nails

รองพื้นเล็บโทนชมพูใส กลบสีเล็บไม่สม่ำเสมอ เล็บดูสุขภาพดีแบบไม่โป๊ะ แห้งไว งานเล็บคลีนๆ 🩷

สรุป: ไม่อยากทาเล็บสี แต่อยากเล็บสวย แนะนำมาก

----------

8.1) Hince – Second Skin Airy Powder

แป้งบางมาก เหมือนผิวดีแต่เกิด ไม่โบก ไม่หนา

คุมมันแบบสุภาพ หน้าไม่แห้ง ไม่ดรอประหว่างวัน

สรุป: ใครอยากได้ผิวเนียนธรรมชาติ ตัวนี้ตอบสุด 🫶

8.2) DIOR (Backstage Rosy Glow / Lip Glow)

บลัชปรับสีตามผิว แก้มใสแบบสุขภาพดี ไม่โป๊ะ

ลิป Glow เติมปุ๊บปากชุ่ม สีใสแพง ใช้ได้ทุกวัน

สรุป: งานผิวใสหรูแบบ Dior มีติดกระเป๋าแล้วรอด 💄

----------

9) Hada Labo Gokujyun Premium (ขวด + รีฟิล)

โลชั่นไฮยาพรีเมียม ชุ่มชื้นลึก ผิวอิ่มฟู ใช้ได้ทั้งเช้า-เย็น คุ้มด้วยรีฟิลประหยัดยาวๆ 💛

สรุป: ผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ ตัวนี้เอาอยู่จริง

#ญี่ปุ่นซื้ออะไรดี #ญี่ปุ่นของน่าซื้อ #เครื่องสำอางญี่ปุ่นที่ต้องซื้อ #ซื้ออะไรดีที่ญี่ปุ่น #ติดเทรนด์

โตเกียว
2/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้ากำลังแพลนไปญี่ปุ่นแล้วเสิร์ชหา “เครื่องสำอางญี่ปุ่น 2026” ว่าควรซื้ออะไรกลับไทย บอกเลยว่ารอบนี้เราเน้นของที่ “หยิบใช้ได้จริงทุกวัน” และหาซื้อง่ายตามร้านดรักสโตร์/ดองกี้ค่ะ เลยขอสรุปเป็นแนวทางช้อปให้เป็นระบบ เผื่อช่วยตัดสินใจได้ไวขึ้น 1) วางแผนก่อนเดินเข้าร้าน: เลือกหมวดที่ต้องการแก้ปัญหาผิว - งานผิว/คุมมัน: ถ้าชอบลุคแมตต์นุ่มๆ แนะนำโซนแป้งอย่าง CANMAKE หรือ Hince (บาง เบา ไม่โบก) จะคุมมันแบบสุภาพและเหมาะกับอากาศชื้น - ผิวโกลว์เร่งด่วน: ถ้าอยากได้งานผิวฉ่ำแบบญี่ปุ่น “เติมแล้วดูแพง” ให้เล็ง ELIXIR (กันแดดโทนอัพ + มิสต์) ใช้ง่ายมากในวันที่รีบ - ผิวขาดน้ำ/แห้ง: Hada Labo Gokujyun Premium เป็นตัวที่เราใช้แล้วรู้สึกผิวอิ่มฟูขึ้นจริง ใช้เช้า-เย็นได้ และมีแบบรีฟิลคุ้มมาก เหมาะกับคนอยากกักเก็บความชุ่มชื้น 2) กันแดดญี่ปุ่น 2026 ที่ควรมี: แบบเติมระหว่างวัน หลายคนทากันแดดตอนเช้าแล้วลืมเติม ระหว่างวันหน้ามัน/เมคอัพพัง เราชอบ ANESSA Perfect UV Brush-On Powder SPF50+ เพราะเป็น “กันแดดแบบแปรง” ปัดทับเมคอัพได้เลย หน้าแมตต์ขึ้นทันที เหมาะกับวันเดินทั้งวันหรือไปสวนสนุก 3) ลิปและการกู้ปากแห้ง: ซื้อเป็นเซตจะคุ้ม ทริคของเราคือซื้อ “บำรุง + ลบ + เติมสี” ให้ครบ จะทำให้ปากสวยแบบต่อเนื่อง - กลางคืน: Laka Soothing Prep Lip Mask โปะหนาๆ ตื่นมาปากนุ่ม - วันไหนทินท์ติดแน่น: Laka Washful Tint Remover ช่วยเช็ดออกแบบไม่แสบ - ลุคใสๆ: Dior Addict Lip Glow หรือ Maybelline Lifter Gloss (ฉ่ำแบบไม่เหนอะ) พกแล้วรอดมาก 4) น้ำหอม/บาล์มหอมพกพา: ของฝากที่ดูมีรสนิยม Tamburins CHAMO เป็นฟีลคลีนอบอุ่น ไม่หวานไม่ฉุน เหมาะกับคนชอบแนวมินิมอล และแบบบาล์มพกง่ายมาก ทาแล้วกลิ่นติดผิวกำลังดี 5) พิกัดร้าน + วิธีช้อปให้ไว (ตามที่เราเดินจริง) - Don Quijote (เช่น Akihabara/Ueno): ของครบ ราคามักดี แต่คนเยอะ ควรไปช่วงดึกหรือเช้า - Matsumoto Kiyoshi (หลายสาขา): เด่นเรื่องสกินแคร์/ลิป/กันแดด เดินง่าย จัดหมวดดี - Welcia (บางสาขาเช่นแถว Akihabara): บางอย่างราคาดีและคนไม่แน่น สุดท้าย ถ้าจะให้เลือก “ของต้องมี” สำหรับทริปเดียวแบบไม่พลาด เราจะหยิบ 1) CANMAKE งานผิว 2) ANESSA แบบแปรงสำหรับเติม 3) Hada Labo ขวด+รีฟิล และ 4) ELIXIR กันแดดโทนอัพไว้ก่อน แล้วค่อยเติมลิป/น้ำหอมตามสไตล์ตัวเองค่ะ

ค้นหา ·
เครื่องสำอางค์ญี่ปุ่น2026