ไหนบอกว่าบล็อกทุกช่องทางไงแล้วทำไมถึงเป็นงี้อ่ะเพื่อนเพื่อนโกหกเราทำไมเรารู้นะว่าเเกโกหกตั้งแต่แรกเราแค่แกล้งโง่ไปไงล่ะ แถมบล็อกเราอีกใส่โปรไฟล์ด้วยดีเนาะชีวิตเคยดีแบบคนอื่นบางไหม บอกว่าเลิกกันแล้วใครบ้าจะไปคบกันวัน1วัน2ว่ะเลิกกันก็บ้าล่ะบอกว่ากำลังจีบกูคิดว่ามึงเป็นคนดีนะเนี่ยไม่อยากจะเชื่อ หรือพี่แทนส่งหรอถ้าส่งให้บล็อกกู รู้งี้กูไม่ทักหามึงดีกว่าไอสัส งั้นเดียวกูอวยพรให้ขอให้พวก มึงครบ กันไม่นาน ครบและขอให้เลิกกันเร็วๆน้าาอีแทน#ฟีดดด☆ミ#พี่แทนกับแฟนใหม่พี่แทน#เหี้ยเหมือนกันเลยนี่ว่า#
จากเรื่องราวในบทความนี้ที่พูดถึงการถูกบล็อกในทุกช่องทาง รวมถึงความรู้สึกผิดหวังจากความสัมพันธ์ของเพื่อนหรือคนใกล้ตัว ผมเองก็เคยเจอสถานการณ์คล้าย ๆ กัน ในยุคที่โซเชียลมีอิทธิพลต่อความสัมพันธ์มาก ๆ การโดนบล็อกหรือโดนตัดขาดจากการสื่อสารทำให้รู้สึกเหมือนถูกตัดขาดจากโลกใบหนึ่งที่เคยมีความผูกพัน สิ่งที่ผมเรียนรู้จากประสบการณ์นี้คือ การรักษาระยะห่างจากคนที่ไม่จริงใจนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ การบล็อกกันหรือการเปลี่ยนโปรไฟล์บนโซเชียลมีเดียไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิคง่าย ๆ แต่มันสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปและความเจ็บปวดในใจของแต่ละฝ่าย นอกจากนี้ ในกระบวนการฟื้นฟูตัวเองหลังจากมีเรื่องราวแบบนี้ ผมแนะนำให้หันมาให้ความสำคัญกับตัวเอง เช่น ลงมือทำกิจกรรมที่ชอบ ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและเพื่อนแท้ เพื่อเติมเต็มความสุขและความมั่นคงในจิตใจ ท้ายที่สุด แม้การโดนหักหลังจะทำให้เจ็บปวด แต่มันก็เป็นบทเรียนที่สอนให้เราเข้มแข็งขึ้น พร้อมกับทำให้เราตระหนักว่า "เพื่อนแท้" คือคนที่ยืนข้างเราทุกช่วงเวลาที่สำคัญจริง ๆ และไม่มีใครสมควรได้รับความเจ็บปวดซ้ำ ๆ จากการถูกหักหลังอย่างไม่สมเหตุสมผลบนโลกออนไลน์
