ป้ายยาชาไต้หวัน+น้ำเต้าหู้ที่แมสใน 🇸🇬
รีวิวสายกินแบบตัวมัม✨ ไป Singapore ทั้งที ต้องลองของ อร่อยแมสๆในสิงคโปร์ 😏
เริ่มที่ตัวดังจากไต้หวัน
🧋CHICHA San Chen @ Chinatown Point
ชาคือพรีเมียมจริง ใบชาหอมลึก รสไม่หวานแหลม ดื่มแล้วฟีลแพงขึ้นทันที ที่สิงคโปร์มีเครื่องชงชาแบบสโลว์ไลฟ์รอนานหน่อย ประมาณ 10 นาที กว่าจะกลั่นทีละหยด ใครสายชาแท้ ฮิปเตอร์ คือโดนตกง่ายมาก 💯
ร้านน้ำเต้าหู้ชื่อดังของสิงคโปร์ ตัวน้ำเต้าหู้คือหอมถั่วชัด รสนัวๆ ละมุนมาก ฟีลโฮมเมด ออกรสเขียวๆเล็กน้อย ไม่เติมคอฟฟี่เมด แต่คุณภาพดีสุดๆ
แนะนำว่าดื่มภายใน 3 ชม. จะอร่อยที่สุด แต่ถ้าเก็บตู้เย็นก็ดื่มต่อได้ไม่เกิน 48 ชม.
สรุป:
มาเที่ยวสายชา + สายน้ำเต้าหู้ = ครบ จบ ฟิน 😋
#ตะลุยกินเที่ยว #เช็คอินกินเที่ยว #สิงคโปร์ #ร้านในห้าง #ชาไต้หวัน
ถ้าพูดถึงประสบการณ์การชิมชาไต้หวันและน้ำเต้าหู้ในสิงคโปร์ สำหรับเราแล้วมันไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติ แต่เป็นเรื่องของกระบวนการและบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกพิเศษกว่าที่เคยเจอมา เช่นที่ CHICHA San Chen ทางร้านใช้วิธีการชงชาที่เรียกว่าแบบสโลว์ไลฟ์ ให้เวลาใบชาค่อยๆปล่อยกลิ่นและรสชาติประมาณ 10 นาที ถือว่าช้ามากเมื่อเทียบกับชาร้านทั่วไป แต่สิ่งนี้ช่วยให้ชาออกมาหอมลึกและรสชาติกลมกล่อมมากขึ้น ใครที่เป็นสายชาแท้ๆ หรือชอบชาต้นตำรับแนวพรีเมียมจะรู้สึกว่ามันคุ้มค่ากับรอคอย ช่วยให้เรารู้สึกใกล้ชิดกับวัฒนธรรมชาไต้หวันมากขึ้น ส่วนที่ Old Rochor Beancurd ร้านน้ำเต้าหู้ชื่อดังนี้เค้าทำสดใหม่ทุกวัน น้ำเต้าหู้รสชาตินัว หอมเต้าถั่วแบบเต็มปากเต็มคำ และไม่มีการเติมคอฟฟี่เมดเลย รสชาติจะมีความเป็นธรรมชาติและมีความละมุนเหมาะกับคนที่ชอบของโฮมเมดมากๆ มีความแตกต่างจากน้ำเต้าหู้ทั่วไปในไทยอยู่ที่รสชาติจะออกเขียวและกลิ่นสดชื่นกว่า เทคนิคที่อยากแนะนำสำหรับคนที่ซื้อมา คือควรดื่มภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อรักษาความหอมและรสชาติให้ดีที่สุด ถ้าเก็บในตู้เย็นสามารถเก็บได้ไม่เกิน 48 ชั่วโมง แต่เราจะรู้สึกว่ามันสดไม่เท่าตอนดื่มใหม่ๆจริงๆ จากการลองกินชาไต้หวันและน้ำเต้าหู้ในสิงคโปร์ครั้งนี้ ทำให้เราประทับใจมากกว่าที่คิด เหมือนกับว่าการมาเที่ยวสายกินในครั้งนี้ เราได้เรียนรู้และสัมผัสถึงวัฒนธรรมใหม่ๆผ่านเครื่องดื่มทั้งสองอย่างนี้ เหมาะสำหรับใครที่ชื่นชอบการลองชิมของอร่อย กระจายความฟินได้ครบ จบในที่เดียวแบบไม่น่าเบื่อเลยจริงๆ


