🦋Thank you, Baeksehi, for writing a good book to read.
17.10.25 believes that many people may have read or passed the eye of the book "Wanted to Die, but Wanted to Eat Tok Bokki," Bagsehi's writing.
When the news came, "Sehi is gone," we were shocked.
Because I personally followed two books of Sehima's writings
With a similar age and the same depression.
Therefore feel stubbornly connected
In the news, the reason for the departure was not specified.
But let Se-hee sleep well.
Thank you for writing a book, sharing stories.
หนังสือ "อยากตาย แต่ก็อยากกินต๊อกบกกี" เขียนโดยแบ็กเซฮีเป็นหนึ่งในงานเขียนที่ถ่ายทอดความรู้สึกเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าได้อย่างลึกซึ้งและเข้าใจง่าย โดยใช้เรื่องราวที่ตรงไปตรงมาและภาษาที่จับใจ ทำให้ผู้อ่านหลายคนก้าวผ่านความรู้สึกโดดเดี่ยวและเห็นว่าตนเองไม่ได้เผชิญปัญหาเพียงลำพัง การจากไปของแบ็กเซฮีในวัย 35 ปี เป็นการสูญเสียที่ทำให้เหล่าผู้อ่านและผู้ติดตามงานเขียนต้องหยุดคิดใคร่ครวญถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตอย่างแท้จริง เนื้อหาของหนังสือไม่เพียงแต่สะท้อนความเจ็บปวดของซึมเศร้าเท่านั้น แต่ยังพูดถึงความหวังและการดิ้นรนเพื่อความสุขในชีวิตประจำวันอย่างซื่อตรง นอกจากจะเป็นนักเขียน ผู้เขียนยังมีบทบาทในการช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับจิตวิทยาและช่วยให้ผู้ประสบปัญหาซึมเศร้าได้รับความเข้าใจมากขึ้นในสังคมการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ หลายคนที่ผ่านภาวะซึมเศร้ารู้สึกเชื่อมโยงกับเรื่องราวและแรงบันดาลใจจากหนังสือของแบ็กเซฮี การพูดถึงและยอมรับปัญหาสุขภาพจิตอย่างเปิดเผยช่วยลดช่องว่างและความอัปยศที่มีต่อโรคซึมเศร้า ทำให้เกิดพื้นที่ปลอดภัยที่ผู้คนสามารถแบ่งปันประสบการณ์และเข้าหาการรักษาได้ง่ายขึ้น หวังว่าความทรงจำและผลงานของแบ็กเซฮีจะเป็นแสงสว่างนำทางให้กับผู้คนที่ยังคงต่อสู้กับความทุกข์ใจให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป อ่านหนังสือของแบ็กเซฮีและเข้าใจความรู้สึกของผู้ประสบภาวะซึมเศร้า สามารถช่วยเสริมสร้างความเห็นใจและเข้าถึงกันในระดับลึก สร้างแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพจิตของตนเองและคนรอบข้างให้มากขึ้น

